วันอังคารที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

สมาธิเคลื่อนที่กับข้อคิดข้อธรรม ๑๕



สมาธิเคลื่อนที่กับข้อคิดข้อธรรม ๑๕

๑.เมื่อรู้ธรรมเห็นธรรม เราก็ขนขยะออกจากใจ จิตจึงเบาส่วนผู้ที่ไม่เห็นก็เดินแบกหามโลกนี้กันต่อไป
๒.ทำจิตตนให้มีธรรมวินัย ใจก็จะได้ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่ไปพึ่งสิ่งข้างนอก ฝึกอบรมพัฒนาจิตขึ้นมาเถอะ จะเป็นผู้ขอหรือผู้อ้อนวอนเช่นนี้เลยไปหรือ แล้วภพชาติ สังสารวัฏจะยุติได้อย่างไร
๓.เมื่อไม่มีสติตามรู้เท่าทันในความคิดหรืออารมณ์ในขณะปัจจุบันแต่ละขณะๆ เราก็ขาดสติที่จะตัดกระแสกิเลส ชีวิตเราก็ตกเป็นเหยื่อ ใจเราก็ท่องไปเรื่อย มันจะเหนื่อยนะ
๔.เชื่อพระพุทธเจ้า เชื่อผู้บริสุทธิ์ ถ้าไปเชื่อผู้มีกิเลส ถ้าเราตอบสนองเขาไม่ได้ เขาก็จะตีเรา ด่าเรา...ฆ่าเราได้ อย่าไปดื้อกับเขานะ
๕.เขาทำอย่างไรก็เป็นกรรมของเขา เพราะเขาเห็นและคิดได้เพียงนั้น ถ้าไปตำหนิ ใจเราก็จะขุ่นมัว
๖.เจริญสติเพื่อกำหนดรู้สิ่งเกิดปรากฏดับ เพื่อไม่ให้หลง ไม่ให้เมา ไม่ให้จม ไม่ให้ติดในภพ จะได้เห็นความจริง จิตจะได้ละหรือหลุด ไม่เป็นผู้ยึดโลก จะได้รู้คำตอบชีวิต ละโลกจะได้ไม่งง
๗.เมื่อได้สอนผิดธรรมชาติก็พากันไม่ให้พ้นทุกข์ สอนให้เกิดแต่ไม่เคยสอนให้ดับ ให้รู้ตัวไม่ใช่ตัวเดี๋ยวตัวก็ดับ
๘.ถ้ามุ่งวัตถุ กิเลสตัณหาก็เพิ่มขึ้น ความเหนื่อย ความวุ่นวาย ความสูญเสีย ความเสียหายจะสั่งสอนเราไปเรื่อยๆที่ละน้อยๆจนมีสติที่จะละ.....
๙.ใจที่ไม่เห็นพระสัทธรรมก็ย่อมเคยว่างจากความหลง เกิดมาเพื่อถูกกิเลสฆ่าทิ้ง ตายทิ้ง
๑๐.มีธรรมมีที่พึ่งมีหลักชัย ไม่เป็นกระป๋องลอยน้ำ ไม่เป็นเหยื่อภพภูมิ จะท่องไปภพไหนก็องอาจ
๑๑.เรื่องใจเป็นเรื่องที่ยาวนาน เรื่องกายไม่กี่ปี ร่างเราก็ดับ เมื่อทำกรรมไม่ดี ระลึกหรือกำหนดกี่ครั้ง ก็ไม่สบายใจ
แม้จะได้รับโทษทางโลกแล้วหรือไม่ก็ตาม ใจเราก็ยังนึกคิดอยู่ อดีตกรรมลบไม่ได้ใจมันช้ำ
๑๒.คนทำกรรมดีย่อมร่าเริงในภพทั้งสอง เพราะมีกรรมสะอาด ดับยิ้ม ตายยิ้ม ยิ้ม
๑๓.เมื่อเราทำกรรมไม่ดี ผูกเรื่องไว้เยอะ สร้างเหตุไว้มาก ใจเราก็จะไม่สงบมีทุกข์
๑๔.ถ้าเราไม่มีระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ เราก็ขาดปัญญา เพราะจิตไม่ได้ระลึกชอบ คิดชอบ....กุศลกรรมจึงไม่เกิด ดั่งพุทธสุภาษิตที่ว่า ถ้าไม่มีพุทธิปัญญาแลมิได้ศึกษาระเบียบวินัย คนทั้งหลายก็จะดำเนินชีวิตเหมือนดังกระบือบอดในกลางป่า
๑๕.หากินลืมดับจะเหนื่อย หากินระลึกดับ จะเบา จนอิสระ
๑๖.คาถาขณะขับรถให้บริกรรมหรือท่องในใจว่าเลี้ยวชน เร็วตาย ถอยชน แซงตายเพื่อกำหนดจิตให้มีที่ระลึกหรือมีสติหรือไม่เผลอหรือระวัง
๑๗.เมื่อเราปรารถนาความสุข ทำไมไม่ดับไฟในใจ หา หู....เป็นของร้อน เช่น เห็น ได้ยินสิ่งที่ไม่ชอบก็ทุกข์ ใจก็เป็นของร้อน...ไม่ดับไฟก็ทุกข์เช่นนี้
๑๘.ความขยันอดทนเป็นพื้นฐานของปัญญา เมื่อเรามีปัญญาก็สามารถดับเย็นใจให้แก่จิตได้ กิเลสก็ครอบไม่ได้
๑๙.เมื่อประกอบกรรมไม่ดี เราก็ทำลาย ทำร้ายใจของเราเอง แล้วกว่าจะดับกี่เรื่อง ผูกจนไม่รู้ทำยังไง ดับงง ตายงง งง
๒๐.ผลกรรมที่เราไม่ละเอียดรอบคอบ ไม่ตรวจสอบเกิดความเสียหาย หรือไม่รู้ คบ หรือเสพธรรมที่ไม่ควรเสพ จะสั่งสอนเราเองไปเรื่อยๆ จนเกิดสติ ธรรมก็แจ้งชัดขึ้นๆ
๒๑.สิ่งที่เรามี มันเป็นภาพลวงตา เพราะมันคือ ไอติม ที่กำลังละลายหรือกำลังดำเนินไปสู่ความแตกดับ อย่าดีใจ เตรียมแผนซ่อมบำรุง
๒๒.ผู้ขอไม่เห็นที่รัก เป็นที่เกลียดชัง เป็นผู้อ่อนแอ ไม่ได้ยืนด้วยตนเอง ไม่มีความอดทน ยังขาดพื้นธรรม ผู้มีปัญญาไม่ขอ
๒๓.คบคนไม่ดีก็มีแต่กรรมไม่ดี เพิ่มทุกข์ เพิ่มโทษให้แก่ตน
๒๔.ดับโกรธด้วยปัญญา ต้องพินิจเห็นโทษภัย แจ้งเหตุปัจจัยในสิ่งที่เกิดนั้น หรือใช้เมตตาเห็นแต่ละชีวิตต่างมีสติปัญญา อุปนิสัย คุณสมบัติและดิ้นรนหนีทุกข์ และดับลงไปภพหนึ่งๆ ที่มากยังไม่เข้าสู่ฝั่ง หรือไม่เห็นทาง (มรรค ๘) หรือพระสัทธรรม
๒๕.เมื่อจิตมันเห็นกระแสดับ ใจก็ไม่ยินดีในโลกนี้แล้ว ส่วนผู้ไม่เห็นก็ดิ้นกันต่อไป
๒๖.ผู้อ่อนน้อมถ่อมตนย่อมเป็นที่รักเป็นผู้มีเสน่ห์และมีบุญ ส่วนผู้แข็งกระด่างเป็นผู้ถือตัวไม่เป็นที่รักเป็นผู้มีบาป สร้างทุกข์โทษก่อเวรภัยให้แก่ตน
๒๗.เมื่อตอนดีๆฟังธรรมไม่รู้เรื่อ พอมาเจ็บธรรมที่เคยฟังผ่านๆกลับปรากฏให้เห็น
๒๘.คนบ้าทำสมาธิไม่ได้ เจริญสติไม่ได้ และเห็นที่จิตตั้งไม่ได้ก็เพราะกรรมไม่ดีเยอะ....ผูกเรื่องไว้มากหรือแน่น
๒๙.พึ่งคนนี้คนนั้นเดี๋ยวเขาก็ตาย ทำไม่ไม่พึ่งตนเอง แล้วหลังความตายที่จะต้องท่องไม่รู้กี่ภพก็ชาติ เราจะพึ่งใคร ไปยังไง
ของจริงของปลอมเราต้องรู้แล้วเชื่อพระพุทธเจ้าได้แล้ว
๓๐.เมื่อขี้เกียจก็เป็นคนน่ารังเกียจ ไม่มีเกียรติเป็นมารดาแห่งบาปเป็นเหยื่อแห่งภพหรือวัฏฏะ
๓๑.เมื่อมองไม่เห็นก็พูดไปตามที่มองไม่เห็น บ้างปฏิเสธเสียแล้วกายก็ไม่รู้ จิตก็ไม่รู้ ธรรมก็ไม่รู้ แต่นอกกายรู้ เช่นหาเงินยังไง สร้างดาวเทียมยังไง ชุมชนมียังไง กฎหมายเป็นยังไงรู้ข้างนอกดับทุกข์ไม่ได้
๓๒.เสียดายเวลาชีวิตที่กว่าจะมารู้ หรือมาเห็นความตายได้ เป็นเรื่องที่ยาก และใช่จะพ้นทุกข์ ปัญญาทางโลกก็สมมุติกันไปถึงถูกต้องก็เพียงสมมุติ
๓๓.กิเลสเป็นเครื่องเผาใจให้ผลเผ็ดร้อน...ผู้ประมาทย่อมไม่รู้ แม้ต้องตายทั้งเป็นที่อยู่(เจ็บก็ไม่รู้ ทุกข์ก็ไม่รู้ แต่ยังบอกว่าสุข
ชั่งไม่รู้)
๓๔.เราไปกราบไหว้ความสำเร็จผู้อื่น แล้วไม่ปฏิบัติจะเกิดประโยชน์อันใด จิตธรรมต้องทำเอง ไม่มีใครช่วย หาที่พึ่งผิดเดือนร้อน ทำไมไม่มาพุทโธ ธัมโม สังโฆ
๓๕.พื้นดีฟังธรรมก็เข้าใจธรรมนั้น เกิดเป็นปัญญาให้จางคลายละกำหนัดได้ พื้นไม่มีก็ต้องเจ็บบ่อยๆ ขัดๆ เต็มๆ สติจะได้ตั้ง ถ้าเชื่อธรรมไม่เจ็บตัวจิตก็จะไม่มืดบอด นรกก็ไม่ต้องกลัว จะไปภพภูมิไหนก็ไปได้
๓๖.ยิ่งรู้ยิ่งได้ รู้ไม่จริง เพราะดับมีดับอยากไม่ได้ จิตไม่อิสระ วุ่นวายจนตาย
๓๗.ยิ่งมียิ่งทุกข์ ไม่มีก็ทุกข์ มีแล้วก็ทุกข์ มีตามกำลังที่รู้ใช้รู้จากก็จะไม่ทุกข์
๓๘.ประกันชีวิตได้ แต่ชีวิตประกันไม่ได้ ประกันภัยได้ แต่ภัยอันตรายชีวิตประกันไม่ได้ ชีวิตเป็นของไม่เที่ยง
อย่าไปผูกพันอะไรมันมาก ถ้าดับจะมีปัญหา
๓๙.รวยหรือจนเขาก็ต้องมีทุกข์เพราะเขามีขันธ์ ๕ ครองอยู่แต่เราไม่เห็นเอง อย่าไปรวยเลย จงมีสติเร่งทำความเพียรดับชาติเถอะ
๔๐.เหรียญนี้ยิงไม่ออก ตะกรุดนี้ฟันไม่เข้า ยันต์นี้คุ้มภัย และคำหมากนี้ก็ไม่ตาย แล้วอุบัติเหตุโรคภัยยาพิษไม่ตายหรือ
แต่ที่แน่ๆผู้ปลุกเสกได้ดับไปแล้ว บอกความจริงแก่ลูกหลานได้แล้ว ลืมผมขนเล็บฟันหนังแล้วหรือ เอาอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาไปไว้ที่ไหนทำไมไม่เอาธรรมาธิปไตยเป็นใหญ่
๔๑.จะปล่อยวางได้ต้องเป็นผู้รู้เหตุรู้ผล ประโยชน์ไม่ใช่ประโยชน์...แบกนานๆจนไม่ไหวก็วางได้ แต่ถ้ามีแรงก็มาแบกอีก
ติดในภพ
๔๒.เมื่อมีสติรู้อยู่ในอารมณ์เราก็ยังได้ และถ้าเรามีปัญญาพอก็ดับอารมณ์นั้นได้ นรกในใจก็ดับ
๔๓.เรียนพระไตรปิฎกตั้งแต่อัตตาจนถึงอนัตตา ก็ต้องมาปฏิบัติที่จิตจนมีปัญญาไปสู่ความดับว่าง
๔๔.สติระลึกธรรมไม่ห่างจากธรรมจิตก็ไม่เสื่อม อวิชชาก็ห่อหุ้มไม่ได้ สติ จิต ธรรม
๔๕.เมื่อไม่เห็นจิต จะไปสู่รบกับทุกข์ได้อย่างไร เราก็ต้องเจ็บอยู่อย่างนี้
๔๖.เมื่อทำกรรมไม่ดีก็จะละจากความคิดนั้นไม่ได้ หากสั่งสมมากๆก็เป็นภัยอันตรายแก่จิต อย่าอยู่คนเดียว
(ทำกรรมไม่ดีขาดทุน)
๔๗.เราต้องต่อสู้กับความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ไม่ใช่มาต่อสู้กับรถ กับยศ กับบ้าน กับชื่อเสียง
เกียรติ....อัตภาพนี้ตั้งอยู่ไม่นานก็ดับแล้ว
๔๘.มาหลงอะไร อายุปานนี้แล้ว...คนใกล้ตายนอนดูบ้านหลังละห้าสิบล้าน ร้อยล้าน คงไม่มีความสุขหรอก ผลรวมของการได้เท่ากับศูนย์
๔๙.จิตใจใช้วัตถุมาเติมไม่ได้ นอกจากคุณธรรมรอบรู้อยู่ในบุญกุศลจิตจะเย็น แต่ถ้ารอบรู้ในธาตุขันธ์หรือกายจิตก็มีปัญญาแล้ว
๕๐.ธรรมแท้ต้องละกิเลส ทำบุญปรารถนาเป็นเทพเป็นพรหมเราก็ถูกอมนุษย์จับเอาไว้เพราะยังติดในรูปอรูป
อย่าไปยึดตัวยึดตนเพราะไม่นานเราก็เป็นผีถูกเผาแล้ว
๕๑.จงเชื่อคำสอนที่เป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์และเป็นความจริง ไม่ติดในบุคคลตัวตนเราเขา (ธรรมและวินัยแทนตถาคต)
๕๒.ทุกข์จากไม่มี ดิ้นรนจนมีพอมี ก็ทุกข์มีห่วงรักษา พอจากก็ทุกข์อีก มีตามกำลังจะได้ไม่ร้อง
๕๓.กิเลสมันคือกาฝากของใจ เป็นเพชฌฆาตของต้นไม้ใหญ่ มันหลอกเราให้เราหาให้เราติดจมอยู่ในภพ
๕๔.ไม่เบียดเบียนเขาก็ทุกข์แล้ว เพราะความเป็นมนุษย์อยู่ยาก ไหนต้องกินต้องขับถ่ายหาที่อยู่สิ่งบำบัดเจ็บป่วยทั้งบริวารอีก
๕๕.ตื่นเถอะตะวันสายโด่งแล้ว ชีวิตใกล้อัสดงแล้ว มาหลงอะไรกับโลกใบนี้ เราถูกย้อมมานาน หลายอนันต์ภพ จงเชื่อพระพุทธเจ้าเถอะ
๕๖.เสียสิทธิเพื่อมิให้ตกนรกหรือไปสู่ทุคติภูมิ จะไปขอเทพขอพรหมขอเซียน ท่านก็ช่วยเราไม่ได้ เพราะท่านเองก็ยังออกจากวัฏฏะไม่ได้ ธรรมที่พึ่งเป็นเครื่องออก
๕๗.ถ้าเราไม่รู้ว่าตายแล้วไปไหน แสดงว่าเราหลงแล้วเพราะไม่ได้กำหนดรู้ความจริง.....รู้แต่ทำกิน
๕๘.มีสติปัญญาน้อย กิเลสก็ครอบงำง่าย โทษภัยก็มา
๕๙.ใจเป็นเทพเป็นพรหมเราต้องสร้างขึ้นมิใช่ขอจิตเป็นเทพตายไปก็เกิดเป็นเทพ
๖๐.ตราบใดที่ยังไม่มีปัญญาเราก็ตามรักษาจิตไม่ได้ เพียงแต่ตามดูตามรู้จิต
๖๑.เมื่อเห็นความตายก็ตัดอะไรได้หลายอย่าง ปลงอะไรได้หลายอย่าง
๖๒.มนุษย์ที่จริงใจมีน้อย ตำแหน่งมีกระเช้าเต็ม พอพ้นตำแหน่งกระเช้าไม่มี
๖๓.อยู่กับสิ่งใดเข้าใจสิ่งนั้นก็จะไม่ทุกข์
๖๔.มนุษย์โดยมากเป็นผู้ขอ เมื่อฝึกบำเพ็ญอุทิศตนจิตก็เป็นผู้ละ
๖๕.ประมาณตนเพื่อไม่ให้เดือนร้อน ประมาณชีวิตเพื่อทรัพย์สมบัติที่หามา
๖๖.ไม่มีอะไรที่ไม่จาก ผมหลุดทุกวัน ฟันหลุดหลายซี่ บ้างแขนขาก็หลุด เสื้อผ้าสิ่งของก็จากเราไปไม่รู้กี่ครั้ง บุตรสามีภรรยาก็จาก ทุกสิ่งกำลังดำเนินจากเราไป ทั้งตัวเราเองก็ต้องจากโลกนี้ ยึดไม่ยึดก็ต้องจาก
๖๗.เราเตรียมอนาคตเพื่อจะเป็นนี้เป็นนั้น มีหรือได้สิ่งนี้สิ่งนั้นทั้งที่เวลาชีวิตมีน้อย แต่เรามิได้เตรียมภพที่จะไปก็ตกเป็นผีร้องไห้
๖๘.จะละจะวางสิ่งใดได้ต้องมีปัญญาเห็นโทษภัยหรือเห็นความจริงถ้ายังยินดีพอใจอยู่ก็ต้องบ่มอินทรีย์ให้แก่ๆ บ่มเข้าไปๆ โลกไม่มีเจ้าของ
๖๙.เมื่อเบียดเบียนเขามาตลอดพอแก่ลงใจก็นึกคิดไม่สงบ เป็นฝันร้ายแห่งสัญญา
๗๐.ไม่มี ไม่เป็น ไม่เอา....ไม่มีใครเบียดเบียน ไม่มีเวรแก่ใครไม่มีภัยแก่ตน เบา
๗๑.มนุษย์นิสัยชอบขอ ชอบแย่งชิง ชอบอวด อีกไม่กี่ปีก็ตาย มาอวดมั่งอวดมีอวดดีกรีทำไม ไม่มีใครชนะ ทุกคนดับหมด
โลกไม่เป็นของใครแต่เป็นสุสาน
๗๒.เราเป็นดาบแก่ๆก็ไม่เป็นไร จะเป็นร้อยเอกดาวผุก็ไม่เป็นไร หรือจะเป็นพันโทดาวผุก็ไม่เป็นไร
หรือจะมีฐานะยากจนหรือเป็นผู้ด้อยทางสังคมก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้ใจเราร่มเย็นสงบมีสิ่งใดมากระทบก็ดับเย็นได้ชั่งดีที่สุดแล้วไม่นานเราก็ต้องเดินทางแล้ว ทุกสิ่งเป็นเพียงเมฆหมอกเกิดดับหายไป ขอบคุณพระธรรม
๗๓.เราเป็นคนจนมีชีวิตยากลำบากก็ไม่เป็นไร เพราะเราเลือกเกิดไม่ได้เหตุปัจจัยกฎกรรมจึงดำเนินมาอย่างนี้ แต่ขอให้ร่างกายเราแข็งแรง ทำมาหากินโดยสุจริต ไม่ไปก่อทุกข์โทษเวรภัยให้แก่ใคร ใจเราก็สงบ แต่ถ้าเรายังอยากได้สิ่งนี้สิ่งนั้น ใจเราก็ไม่สงบได้มาแล้วก็ทุกข์แต่เรามองไม่เห็นเอง
๗๔.จิตบันทึกในสิ่งที่ทำในกรรมที่ก่อ เมื่อประมาทในเหตุ ใจก็นึกคิดไม่สงบ เพราะมีสิ่งผูกและให้ผล ใจไม่อิสระ ทุกข์ไม่มีดับ
๗๕.กว่าจะรู้ความจริง อายุก็เกือบจะหมด จะแก้ไขอะไรก็ไม่ได้ เพราะได้ผูกไว้เยอะ พัวพันกันไปหมด....ไหนจะบ้าน ที่ดินรถ ลูก เมีย กิ๊ก หนี้ กิจการ สังขารรู้ดับก็ไม่ประมาท
๗๖.กิเลสมันหลอก จูงให้หากินสะสมจนเหนื่อยแก่ล้มหมดลมไปจบไปภพหนึ่งๆ หลง หลงไม่รู้ดับ ภพกำหนดไม่ได้
๗๗.เมื่อเราเห็นความดับรออยู่ข้างหน้า ความอยากความหลงมันก็เบาลง ใจเราก็สงบ โลกคือโรงย้อม เห็นความจริงใจก็นิ่ง
๗๘.เอาและเป็นแต่น้อยๆ ชีวิตเราก็ไม่วุ่นวายใจก็มีที่พักไม่เร้าร้อน จะหลับตาก็ง่าย
๗๙.มีบ้านหลังใหญ่ มีรถคันโต มีสิ่งโก้หรู.....จะไปไหน อุตส่าห์เหนื่อยมาทั้งชีวิต...มาคุยกันก่อน....จะคุยเรื่องจิต
๘๐.วัตถุเป็นสุขนอกจิต มีต้นทุนภาระเวลา ผูกโยงไม่เที่ยงไม่โทษภัย เช่น เข้าใจว่าได้บ้านได้รถได้ยศได้กิ๊กแล้วจะสุข (ถูกหลอก)
๘๑.หมอก็ตาย พระก็ตาย บริวารก็ตาย จะมีของดีอะไรก็ต้องตายตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ฝึกบำเพ็ญตน
๘๒.เราไม่รู้ว่า เขาให้เวลาชีวิตเรามาเท่าไร มนุษย์สัตว์ต่างมีชะตาวิบาก อยากที่จะคาดคะเนว่าสิ่งนี้ไม่เกิด สิ่งนี้จะเกิด จงมีสติ
๘๓.ชีวิตคือการเดินทาง เราต่างมาจากไหนกัน มาพบแล้วพรากแยกย้ายกันไปตามกฎกรรมที่ทำมาบนเส้นทางอนันต์(ภพน้อยใหญ่)ที่ไม่ย้อนกลับ
๘๔.ถ้าจะรู้ความจริง อย่ามัวแต่อ่าน อย่ามัวแต่คิด อย่ามัวแต่พูด อย่ามัวแต่สงสัย ยังแต่ต้องเพียรปฏิบัติเพ่งพินิจ
๘๕.สมบัติเป็นของโลกเป็นคำสาป ใครหยิบเอาไปไม่ได้ได้แค่จับๆต้องๆมาดื่มอาบเคี้ยวกินเสร็จแล้วก็ไป....เวลาเหลือน้อยแล้ว ถ้าเราหยุดเองไม่ได้ เขาก็จะสลายร่างเรา ถึงวันนั้นมันจะเจ็บปวดนะ
๘๖.ไม่มีอะไร ทุกสิ่งเป็นภาพลวงตา เกิดปรากฏดับเป็นสมมุติที่ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน
๘๗.ศัตรูของตัวเองคือความเห็นผิด ไม่รู้เห็นหนทางออกรังแต่ดิ่งลึกขึ้นๆ จนเห็นทุกข์แล้วสวิงออกมา แต่จะนานกี่อสงไขยไม่รู้
๘๘.อย่าไปตั้งใจอยู่บนโลกมากหนัก เพราะเกิดอะไรขึ้นจะรับไม่ทัน รับไม่ได้ เราจะต้องเคลื่อนย้ายภพต่อไป
๘๙.ได้โรงงานสองแห่งเมื่ออายุ ๕๐ ปี,ได้รถเบ็นซ์ ๓๐ คัน เมื่ออายุ ๖๐ ปี,ได้คนงาน ห้าพันคน เมื่ออายุ ๗๐ ปี ได้ตึกสูงร้อยยี่สิบชั้นเมื่ออายุ ๘๐ ปี,ได้...........เมื่ออายุ......ชั่งน่าภูมิใจๆ ไม่ว่าจะได้สิ่งใดมาชีวิตเราก็หมด
๙๐.ไม่มีอาวุธหรือสิ่งใดสู้กับความตายได้...เว้นแต่ศีลสมาธิปัญญา มีศีลมีทานดับก็ยิ้ม มีสมาธิดับก็องอาจ ถ้ามีปัญญาก็อาจหาญต่อยมบาล จิตโน้มดับย่อมสะอาด
๙๑.รู้กายเพื่อเห็นจิตสัมผัสเคลื่อนยกขยับกดจับบีบบิดลูปปาด.......ยกมือก็รู้ลมเข้ามือลงก็รู้ลมออกเอียงกายก็รู้ลมเช้าออก...รู้กายก็รู้จิตจะได้รู้ชีวิตและรู้ธรรม
๙๒.ประมาณตน ดูวัยสังขาร กำลังมองไปข้างหน้า ความเป็นอยู่ เหตุปัจจัย สิ่งเกื้อกูล ดำเนินไปอย่างเพียงพอ
ชีวิตก็มีความสุข สงบขณะปัจจุบัน
๙๓.ธรรมะช่วยให้หายโง่ ช่วยก่อนจะเจ็บ ช่วยให้เจ็บน้อยลงช่วยปลงช่วยละช่วยวาง ให้จิตรู้ตามจริงใจ(ต้องมีปัญญาพิจารณา)จึงสงบว่าง เย็น เบา
๙๔.สะสมบาป ทางเดินจะเล็กลงๆจนตัน ท่องไปก็ระวังหมู่โจทก์ กรรมวิบาก ขาดศีล ขาดความคุ้มครอง  จิตก็หวั่นไหวง่าย
๙๕.คนต่างอุปนิสัย สติปัญญา เหตุปัจจัยความเป็นมาจะกำหนดให้คิดเห็นและทำให้เหมือนกันไม่ได้ แต่ฝึกพัฒนาได้
๙๖.ติดใจก็ต้องทุกข์ใจ ต้องดิ้นรน วุ่นวาย เหนื่อยจนดับ...ได้มาเก้าล้านสิบล้านก็ไม่มีค่าใด หรือจะผ่อนบ้านผ่อนรถเป็นล้านก็มิได้อะไรเพราะได้ใช้ไม่กี่เพลาและชีวิตก็กำลังใกล้จะหมด
๙๗.เจ็บครั้งหนึ่ง สติก็เกิดขึ้นครั้งหนึ่ง เสียที่เท่าไร
๙๘.เหลือเวลาอยู่โลก(ภพ)ไม่กี่วัน จะหาอะไรอีก ผูกพันมั่นหมายอะไร ชีวิตต้องเดินทางผ่านสิ่งต่างๆที่ไม่ย้อนกลับจากภพหนึ่งไปสู่ภพหนึ่ง
๙๙.กำหนัดรีบกำหนด(รู้)เพื่อละกำหนัด ถ้าไม่กำหนดก็มีแต่กำหนัด ระลึกอสุภะ พังผืด อาหารเก่า....ผม ขน เล็บฟัน หนัง
๑๐๐.เมื่อติดสุขก็ถูกหลอกไปหาทุกข์ ยาว
๑๐๑.กว่าจะได้บ้านได้รถได้ยศ...อายุก็มาหมด คติภพทำไงจะไปยังไงเดินทางยังไง
๑๐๒.กินอาหารไม่ติดฟัน ต้องกำหนด งาบงับ งาบงับ...จนอิ่ม งาบคือครึ่งงับหรือหยั่งมีสติตามรู้ รู้สึก รู้สัมผัส
๑๐๓.โลกนี้มิได้เป็นไปเพื่อความสบาย มนุษย์คู่กับทุกข์ พบเห็นได้ยินสิ่งที่ไม่ชอบก็ทุกข์ จิตปรุงแต่งส่งออกก็เป็นทุกข์
๑๐๔.เมื่อจิตตั้งดีเคลื่อนไหวกายก็เป็นสุข ใจนึกคิดก็รู้ กุศลหรืออกุศล
๑๐๕.สมาธิเกิดที่ใจที่มีการดำเนินชีวิตแต่ละขณะแต่ละวันโดยชอบมาก่อนไม่ใช่ที่กายที่ท่าที่แบบหรือวิธีใด
๑๐๖.การรักษาจิตคือการไม่ทำบาป
๑๐๗.ชีวิตใกล้อัสดงแล้ว กิเลสหลอกให้เหนื่อย บ้างกว่าจะได้มาก็สูญเสียหรือมาจาก ไม่เห็นคติปรโลก
๑๐๘.จะนับถือหรือไม่นับถือซึ่งศาสนาหรือลัทธิใด ต่างก็อยู่ภายใต้บังคับแห่งพระไตรลักษณ์
๑๐๙.ถ้าพึ่งใจ(จิตที่ฝึกดีแล้ว)ตนเองไม่ได้ก็หาความสงบความสุขไม่ได้ วัตถุไม่ใช่ที่พึ่ง แต่เป็นสุขแวบๆที่มีภาระโทษภัย
๑๑๐.มนุษย์มีอายุเหมือนฟ้าแลบ เมื่ออยู่นานก็ถูกย้อมแล้วดับ หลงกับสิ่งที่ไม่เที่ยงไม่ใช่ปัญญา
๑๑๑.ไม่พอชีวิตลำบาก ได้มากมีปัญหาเวลาดับ เพราะจิตผูก ทุคติอันมีหวัง แต่ถ้าพอแล้วก็เป็นธรรมะขั้นสูง
๑๑๒.ขาดศรัทธา ขาดที่พึ่ง ชีวิตเผ็ดร้อนดังปลาขาดน้ำ (จิตไม่ชุ่ม กุศลไม่มี)
๑๑๓.ใจรู้ไม่ยึดติด ใจยึดติดยังไม่รู้ (รู้จริงจะละ)
๑๑๔.แต่งกายไม่จบ แต่งใจจบ ผู้มีปัญญาจะตามรักษาจิต พัฒนาจิต
๑๑๕.ไม่ปฏิบัติ พระไตรปิฎกเรียนไม่จบ เพราะ ได้บัญญัติแต่ไม่ได้สภาวะ
๑๑๖.แบกนานๆก็เหนื่อย จะวางได้เอง เมื่อเห็นภาระโทษภัย
๑๑๗.เราหลงกับสิ่งที่ปรากฏจนลืมเวลาชีวิตที่ใกล้จะหมด หากินแล้วดับ ชีวิตโมฆะ
๑๑๘.จิตที่ผูกอาฆาตจะกักขังจิตวิญญาณตน เมื่ออโหสิก็ถูกปลด จิตไม่มีเวรจะเบา
๑๑๙.เมื่อไม่เพ่งพินิจก็ขาดศรัทธาในธรรมคำสอน จึงไม่เห็นความจริง ทำให้ก่อบาปสร้างทุกข์โทษภัยให้แก่ตนเอง ....สำนึกบาปก่อนตายไม่สาย....

โดย พ.ต.ท.สุรเดช ผะอบทิพย์
  พฤษภาคม ๒๕๖๐

วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

สมาธิเคลื่อนที่กับข้อคิดข้อธรรม ๑๔



  สมาธิเคลื่อนที่กับข้อคิดข้อธรรม ๑๔

๑.ตราบใดที่ใจเรายังไม่สะอาด ก็ยังไม่พบสุขที่แท้จริง ได้แต่หัวเราะหรือสุขแวบไปวันหนึ่งๆ

๒.รู้กายรู้จิตรู้ชีวิตรู้ธรรม เมื่อไม่รู้กายก็ไม่รู้จิตไม่รู้ชีวิตและธรรม

๓.จิตที่บริสุทธิ์คือที่พึ่งที่แท้จริง ต้องฝึกพัฒนาจิตให้มีเมตตาปัญญา

๔.อายุ ๖๐ ปี ๗๐ ปี ยังโง่ทำบาปเป็นหายนะแห่งภพ

๕.บุญสำเร็จด้วยใจ เห็นเขาทำดีก็ดีใจ เห็นเขาทำไม่ดีจะติว่าก็ไม่ได้ เพราะเขาเองก็ไม่รู้ต้องอภัยใจเราก็ไม่ร้อน

๖.ทำอะไรมีอะไรเป็นอะไร ถ้าไม่คำนวณไม่ประมวลประมาณประเมินก็เจ็บหรือตายทั้งเป็น  ตกคำนวณชีวิตตก (วัย เวลา สังขาร ดับ)

๗.เจ็บตรงนั้นแล้วมาเจ็บตรงนี้ เจ็บตรงนี้แล้วมาเจ็บตรงนั้น(ซ้ำๆ) คนเห็นทุกข์เห็นธรรมะใจก็เริ่มละ

๘.ไม่เพ่งพินิจ ก็ขาดศรัทธาในธรรมคำสอน จึงไม่เห็นความจริง หยุดหลงก็หยุดปรุงแต่ง ดับหมด

๙.ใจรู้จึงละ  ใจละจึงอิสระ  ใจอิสระจึงว่าง  ใจว่างจึงหลุดพ้น แต่กว่าจะรู้เจ็บมานาน บ่มมานาน เด็กๆร้องตายร้องยาวๆ

๑๐.พันล้าน เพชรเต็มมือ ขึ้นไปถึงยอดทุกข์ดับแล้วใช่ไหม

๑๑.หามาก็ทุกข์ ได้แล้วก็มารักษา พอจากไปก็ทุกข์ มีเท่าที่จำเป็นและต้องใช้ทุกข์ก็น้อยจิตก็เบาดับก็สบาย

๑๒.สัญญากรรม สัญญาบาป ผูกพันข้ามภพข้ามชาติ กรรมดำไม่ทำดีกว่า เครียด หลอน

๑๓.ไม่รู้เรื่องจิต จบไม่สวย

๑๔.หาที่พึ่งผิด ทุกข์ไม่มีวันดับ คนไม่มีที่พึ่งร้องไห้ เช่น จิตที่ไม่มีกุศลใจจะแห้งเหี่ยว

๑๕.จะยุ่งเกี่ยวสิ่งใดต้องรู้จักสิ่งนั้น เช่น คบคน ซื้อหรือใช้ของ ถ้าไม่รู้เจ็บยาว

๑๖.ไม่มีผู้ใดอยู่หรือมีความสุขด้วยการผิดศีลธรรม ใจที่บริสุทธิ์เป็นสุขที่แท้จริง

๑๗.หากินเพลินจนลืมจิตวิญญาณ จบไม่สวยทุกข์ ไม่มีดับภพ เคลื่อนต่อ...เหมือนเรือไร้หางเสือ รถไม่มีเบรก

๑๘.วิธีแก้วิตกในงาน คือ อย่าให้งานค้าง ทำให้สุดทาง ไม่มาให้ทวงถาม ซ้อมรบฝึกฝนเคยชินเครื่องมือ ไม่รู้ถาม ศึกษาเพิ่ม วางแผนให้ชำนาญ เคียงประสานให้รอบ

๑๙.ทุกชีวิตเหมือนเกลียวคลื่น เกิดปรากฏดับนับไม่รู้จบ อำนาจลาภยศก็คือเงาที่อยู่ในน้ำ  มาหลงกับสิ่งที่ไม่ใช่ตัวตน

๒๐.เมื่อเราเห็นความตายรออยู่ข้างหน้า ความอยากความหวังมันก็เบาลง ใจเราก็สงบ จิตที่ติดอยู่ก็เริ่มละ

๒๑.มนุษย์เป็นสัตว์ที่ฝึกได้ดี ฝึกแล้วประเสริฐ ถ้าไม่ฝึกก็ร้ายกว่าสัตว์ ฝึกกายมีศีลฝึกสติมีธรรมจนสุญโญ

๒๒.ธรรมะของจริงใช้หัวใจกำหนด รู้เห็นจิต แจ้งใจ ใจนึก ใจคิดกุศลอกุศล  หลงไม่หลง ยึดไม่ยึด ไม่เห็นทุกข์ยาว

๒๓.โลกคือสุสาน ของชั่วคราว มั่นหมายอะไร อายุหมดหมด (อายุคือทรัพย์)

๒๔.ชีวิตไม่ต้องเป็นพระเอกนางเอกที่หนึ่งที่สุดก็ได้ เพราะไม่ยั่งยืน ดับทุกข์ใจไม่ได้ แต่กลับเป็นถ่าน กับขี้เถ้าธุลีดิน

๒๕.คนทำงานจิตสงบ ยิ่งฝึกฝนกำลัง ทักษะ เทคนิคก็เกิด ธรรมก็ได้ยังอกุศลมิให้เกิด ความเจ็บก็น้อยลง

๒๖.ดับโกรธต้องกำหนดรู้ พิจารณาเห็นทุกข์โทษภัยแจ้งเหตุปัจจัยในสิ่งที่เกิด หรือใช้เมตตา เห็นสัตว์ต่างกันที่ภูมิจิตภูมิธรรมสติ
ปัญญาอุปนิสัยหรือคุณสมบัติและดิ้นรนแสวงหามีทุกข์กันมาวนอยู่ในวัฏฏะ เมตตาอภัยใจก็สุข

๒๗.ความทุกข์ร้อนในใจคือบาป เป็นกรรมที่ได้ก่อ หรือสั่งสมมา....อดีตร้ายๆอายุมากหลอน หลับ ลืมไม่ลง

๒๘.อุบายดับอยาก คือต้องกำหนดรู้พิจารณาเห็นโทษภัย ภาระความแปรเปลี่ยนอายุไข ความดับและติดวัฏฏะ เช่น มีมากต้องรักษา มีปัญหาเวลาไป

๒๙.ชีวิตคือความว่างเปล่า เกิดแล้วดับ เป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ เราเพียงผ่านหรือใช้กาลเวลาแวบหนึ่งที่ไม่สามารถเป็นเจ้าของตัวเราและสิ่งนอกตัวเราได้
 
๓๐.เราอายุไม่ยืน เราอยู่ได้ไม่นาน เราไม่รู้ว่าเขาให้เวลาชีวิตเรามาเท่าไร 

๓๑.ถ้าเปลี่ยนให้เขามีสัมมาทิฐิไม่ได้ ก็ต้องให้วันเวลา เหตุการณ์ความเจ็บ ความสูญเสีย หรือกฎกรรมเป็นผู้สั่งสอนเขาหรือให้ไปชดใช้ภูมิภพ

๓๒.หลงกับสิ่งที่เอาไปไม่ได้ไม่ฉลาด ชีวิตที่ใกล้อัสดง ถ้ายังละยังวางไม่ได้ ประมาท เมื่อทุกข์วางไม่ได้ แล้วจะไปสุคติได้หรือ

๓๓.สิ่งที่กลัวที่สุดคือกฎแห่งกรรม มีสัญญาทั้งบุญทั้งบาป จิตดวงนี้ได้บันทึกไว้ทั้งหมด ทั้งหลักฐานพยานที่มืดที่สว่าง ผุดหรือนึกทีไรบ้างใจก็เศร้าหมอง บ้างอาฆาต

๓๔.จิตที่ตั้งดี ก็มีธรรมวินัย ใจก็ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่ไปขอพรอ้อนวอนหรือกราบไหว้ความสำเร็จของผู้อื่น ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ต้องบ่มอินทรีย์

๓๕.ชีวิตที่สงบต้องไม่เบียดเบียน ถ้ามีปัญญาจิตก็จะยิ่งดับเย็น ดับก็หลับสบาย

๓๖.ไม่มีความอดทน ก็จะเสียความเป็นคน เป็นเหยื่อวัฏฏะ ชีวิตต้องอดทน หัวใจต้องอดกลั้นได้ ชื่อว่ามีพื้นธรรม

๓๗.ร่างนี้กำลังเดินไปสู่ความแตกดับ ดินสู่ดิน น้ำสู่น้ำ ลมสู่ลม ไฟสู่ไฟ บังคับบัญชาไม่ได้  ไม่ใช่ของเรา เป็นทุกขัง แล้วของอื่นจะเป็นของเราได้อย่างไร

๓๘.เรากำลังเดินทางอยู่ โลก คือทางผ่านหรือเป็นจุดหรือภพหนึ่งของอนันต์จักรวาล  เราเปลี่ยนร่างมานับไม่รู้กี่ล้านๆหลังแล้ว....เรามาจากไหนกัน...ดับแล้วจะไปไหนต่อ...หากินไม่รู้ดับ ฆ่าเวลา ชีวิตจบไปภพหนึ่งๆ 

๓๙.เกิดมาเพื่อดับ เพื่อเป็นทาสกิเลส เพื่อขยายภพภูมิ ชีวิตจะโมฆะวิบัติ  ไม่เห็นภัย ต้องไปต่อ ไม่รู้จบตรงไหน

๔๐.ศึกษาค้นคว้าเพื่อทำความเห็นให้ถูก ลงมือปฏิบัติ ฝึกฝนบ่มอินทรีย์เพื่อแจ้ง ปฏิเสธธรรม ปฏิเสธความจริง จะไม่รู้คำตอบชีวิต

๔๑.เราเดินออกจากนรกหรืออยู่ในนรก ศีลปิดอบายภูมิ  โลกคือจุดหรือภพหนึ่งๆของเส้นทางผ่านอนันต์จักรวาล จะไปไหนต่อ หากินมีธรรม พินิจถึงภพถัดไป ก็สบายเย็น

๔๒.พึ่งผู้มีอิทธิพลเราก็อยู่ใต้เขา พึ่งผู้มีกิเลสเราก็บริสุทธิ์ไม่ได้ พึ่งพระเจ้าพึ่งพระก็ช่วยเราไม่ได้ เพราะพระเองก็ยังหาที่พึ่ง
ต้องพึ่งธรรม

๔๓.ระบบการศึกษาอย่างน้อยต้องทำคนให้เป็นคน  ถ้าให้ดีต้องเป็นเทพ เป็นพรหม เป็นอริยะ

๔๔.ชีวิตหลังเกษียณต้องเตรียมดับ รักษาร่าง หยุดใจที่ใฝ่หาวิธีจากสิ่งผูก จิตจะสงบ เมื่อดับ สุคติมีหวังดั่งถูกอุปโลกน์ขึ้นแล้วดับ

๔๕.หลายสิ่งที่ไม่เห็น หลายอย่างที่ไม่รู้ แม้ได้ยินได้ฟัง ใช่จะรู้หรือเข้าใจได้เลย บ้างเป็นปี สิบๆปี หลายๆภพ หรืออนันต์ชาติ แต่ถ้ายิ่งเจ็บยิ่งรู้ยิ่งแจ้ง(ต้องพินิจ)

๔๖.ทำงานจิตสงบ ถ้าไม่ทำงานก็ฟุ้ง อกุศลเปิด มีเจ็บยังให้ผล

๔๗.แรงกรรมหนีไม่ได้ หนี้ทรัพย์ใช้ทรัพย์ หนี้เลือดใช้เลือด หนี้ชีวิตใช้ชีวิต ยิ่งรู้ยิ่งเห็นภัย

๔๘.เห็นธรรมเห็นมีแต่ดับไป ก็ไม่แบกไม่หาม สิ้นสงสัย หมดคำถาม เพ่งโลกที่จะต้องจากไม่กะพริบ

๕๐.โลกคือไอติม เราคืออนุภาคของไอติม ติดอะไร ติดสมมุติ จะไม่เห็นวิมุติ

๕๑.มีธรรมดำรงอยู่ ก็เป็นธรรม ไร้ธรรมดำรงอยู่ ก็ไม่เป็นธรรม

๕๒.กรรมกำหนดภพ เรากำหนดได้ จะสวรรค์หรือนรก หรือจะเด็ดยอด ทำลายสังสารวัฏ (อินทรีย์ต้องแก่)

๕๓.สังคมที่ติดวัตถุ จะทำให้คนเป็นบ้า เป็นประสาท และเครียดมาก หลงไม่รู้ดับ พากันดับทั้งเป็น

๕๔.ลมหายใจที่มีธรรมจะเบา แต่ถ้าโกรธแค้นจะหนัก เมื่อยินดีลมก็ไม่คล่อง

๕๕.ใจที่เมตตาจะเย็น เป็นฌาน แต่ใจที่ร้าย จะร้อน ไม่สงบ

๕๖.ความจริงในโลกนี้ถูกฉาบทาหรือมีม่านหรือความต่อเนื่องปิดบังกันไว้ เช่น มองทะลุหนังเห็นพังผืด อสุภะ ผมดำเป็นขาว เป็นดิน

๕๗.เมื่อประกอบหรือสั่งสมกรรมหรือเหตุไม่ดี เราจะอยู่กับปัจจุบันขณะไม่ได้  ใจไม่สงบ เพราะมีสัญญากรรม
สัญญาบาป

๕๘.เห็นภัยใจก็ละ แต่จะเจ็บที่เท่าไร เทพ พรหม ยม อินทร์ หมดบุญก็ต้องลงมาเจ็บ

๕๙.เมื่อติดสุข ก็ออกห่างธรรม ต้องรอให้เจ็บชัดๆถี่ๆเต็มๆ

๖๐.ละบาปก็เพื่อรักษาจิต เจริญกุศลก็เพื่อให้จิตชุ่มชื้น ชำระจิตเพื่อดับทุกข์  เริ่มที่ศีล ฝึกสติ มีธรรม ดับเย็น เมื่อดับก็สบาย

๖๑.ยิ่งให้ยิ่งได้  ยิ่งขอยิ่งเสีย ผู้ให้เป็นที่รักแข็งแรง  ยืนด้วยตนเอง

๖๒.เอากายแลกจิต เอาชีวิตแลกธรรม ภพก็ดีขึ้น แต่กว่าเราจะได้เห็นธรรม ชีวิตก็ใช้จะหมดแล้ว

๖๓.เขาโกงเรา ดีกว่าเราโกงเขา เพราะเรารวยกว่าที่มีธรรม ส่วนจิตเขานั้นจนจนเป็นโจร

๖๔.ฟังธรรมให้รู้ภาวนา ให้เห็นเพื่อที่วางใจหรือวางท่าที่ต่อโลกได้อย่างเย็น ยิ้ม

๖๕.คนมีปัญญาจะบอกความจริง เพราะเกิดจากความรู้สึกตัว  ถูกกระทบหรือเจ็บ แต่ถ้าศึกษามาเรียนมาจะบอกตามสัญญา

๖๖.ตามรู้การเคลื่อนไหวกายย่อมเกิดสุข เพราะมีสติจิตอยู่กับตัว เมื่อทำงานมากใจก็สงบ จิตก็ตั้งได้ง่าย ถ้าพินิจปัญญาก็เกิด

๖๗.เอาเปรียบ เห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ แต่เด็กยันแก่ เป็นคนมีตัว ไม่เห็นตัว แก่เข้าไม่ถึงธรรม เป็นกรรมที่สั่งสมมา

๖๘.หากินแล้วก็ดับ ไม่มีอะไรดีขึ้น ถ้าอยู่ต่อแล้วไปขยายภพชาติดับเสียดีกว่า ทิ้งดาบ สำนึกบาป จิตก็เป็นพุทธะ

๖๙.ทิ้งดาบ สำนึกบาป จิตก็เป็นพุทธะ เวลาของเราใกล้จะหมด หมอพระเจ้าก็ช่วยเราไม่ได้

๗๐.เวลากำลังไล่เราออกจากโลกใบนี้  ไม่พึงมั่นหมาย

๗๑.ระวังไตรลักษณ์กำลังบดขยี้เราและสิ่งนอกตัวเรา เตรียมแผนซ่อมบำรุง เช่นกายที่ป่วย รถที่เริ่มซ่อม

๗๒.เมื่อเจ็บหมื่นครั้ง เสียหายพันครั้ง สูญเสียร้อยครั้ง บ้างก็ฉลาดมาก เพราะเห็นทุกข์โทษภัย ใจก็ละก็วาง
ซึ้งถึงธรรม เจ็บไม่จำ ช้ำจนตาย

๗๓.อายุมากต้องเตรียมดับรักษาร่าง หยุดใจที่ปรารถนา หาอุบายวิธีจากสิ่งใดๆ ต้องสละโลกให้ได้ ถ้าไม่ได้ทุคติอันมีหวัง

๗๔.ฟุ้งซ่านทำให้บาดเจ็บ เผลอสติก็ฆ่าตัวเอง ความคิดเบรกได้ดับได้ อยู่ที่การสร้างเหตุ(กรรมดำหรือกรรมขาว)

๗๕.ข่ายเสมอด้วยโมหะไม่มี ทางออกคือมรรค ๘ กำหนดไปที่ทิศดับ รู้ทิศ รู้ทาง รู้จุดหมาย เห็นจุดจบ เบา

๗๖.สูญสิ้นทุกสิ่ง ก็ไม่เป็นผู้เสื่อม ผู้เสื่อมโดยแท้คือผู้ที่ไม่มีกุศลจิต ไม่มีปัญญา

๗๗.มองคนด้วยกิเลส เราก็เกลียดเขา เพราะเราขาดสติ  ไม่ได้ใช้ปัญญาพิจารณาเหตุปัจจัย ตามความเป็นจริง
เช่น มนุษย์ต่างด้วยอุปนิสัยสติปัญญา

๗๘.ทางสายกลาง มรรค ๘ ใจที่ไม่ยินดียินร้าย โลกคือทางผ่าน มาดื่มอาบเคี้ยวกินเสร็จแล้วก็ไป

๗๙.คนหลง คนเมาไม่เห็นพระสัทธรรม ดิ้นรนและแบกจนดับชีวิตโมฆะ เช่น ติดใจมากก็ทุกข์มาก ดิ้นรนมาก หรือไม่รู้เกิดรู้ดับ ก็ไม่รู้ภพที่จะไป

๘๐.ติดใจมากเท่าไร ทุกข์ใจและความวุ่นวายก็มากขึ้น การแสวงหาการดิ้นรนและแบกก็มากขึ้นถูกมารหลอกจนดับ หากินจนตาย

๘๑.ชีวิตเหมือนชิ้นเนื้อที่ปิ้งอยู่  ผ่านแล้วผ่านเลยไม่ไหลกลับ เกิดดับสืบต่อเนื่องไม่ขาดสาย เป็นอนันต์วนเวียนไปตามภพน้อยใหญ่ ถ้าโน้มธรรมก็เห็นทาง

๘๒.ฟังมาจำมาเรียนมา ไม่ใช่ปัญญาเป็นสัญญา แต่ถ้าเกิดจากความรู้สึกตัวถูกกระทบหรือได้รับความเจ็บปวดทรมานเสียหายหรือสูญเสียก็จะเป็นปัญญา ยิ่งปฏิบัติยิ่งละเอียด ต้องขยัน อดทน (พื้นธรรม)

๘๓.ผู้ให้เป็นที่รัก เป็นผู้แข็งแรง ยืนได้ด้วยตนเอง อดทนและเพียร ยังเกิดมรรคผล ส่วนผู้ขอก็ไม่เป็นที่รักและสิ่งเช่นว่านั้นเลย

๘๔.ใจที่มีแต่ความเมา  น่ากลัว ผิดทาง หลงทาง ไม่เห็นทาง พ้นทุกข์ไม่ได้ แต่กลับทำร้ายจิตตน วนในสังสารวัฏ

๘๕.ชีวิตยากที่จะคาดคะเน  ยากที่จะคาดเดา  ว่าจะไม่เกิดอะไรขึ้นกับเราบริวารของเรา 

๘๖.คบกับคนไม่มีศีลเขาทำร้ายเราได้ คบกับผู้อิทธิพลเราก็อยู่ใต้เขา คบกับคนพาลก็ทุกข์ทุกเมื่อ คบผิดคนเจ็บตัวเจ็บใจมีภัย

๘๗.ไม่พอชีวิตลำบาก ได้มากถูกแย่งชิง ไม่มีไม่ได้ ไม่มีใครเบียดเบียน ไม่ทุกข์ เบา

๘๘.ไม่รู้ตาย ไม่รู้ดับ ยาว ไปยาว ยาว จนกว่าจะเห็นทุกข์โทษภัย จิตก็เริ่มตั้ง มีสติเพ่งพินิจพิจารณา ปัญญาก็เกิดขึ้น

๘๙.มนุษย์มีเวลาน้อย จะได้สิ่งใดมา ก็ต้องจากนั้น

๙๐.เขาทำอย่างไร ก็เป็นกรรมของเขา ความเจ็บความสูญเสีย จะสอนเขาเอง เขาเห็นได้เท่านั้น

๙๑.ปฏิบัติธรรม ไม่ใช่มาแบกพระพุทธรูปหรือพระธรรม แต่อยู่ที่การฝึกฝน อบรม รักษาจิต บ่มอินทรีย์ให้แก่ จะเสื่อมหรือเจริญก็อยู่ที่จิตฝ่ายเดียว จิตดีทุกอย่างก็ดี

๙๒.เมื่อบอกหรือเตือนเขาอยู่บ่อยๆเนืองๆแล้วก็ยังเปลี่ยนเขาไม่ได้ คงเป็นกรรมที่เขาได้สั่งสมมา ก็ต้องปล่อยเขาไปให้ไปชดใช้ภพภูมิวิบากก่อน

๙๓.เมื่อชราแล้ว เป็นผู้นำเขาสูงสุดแล้ว ถึงยอดเขาแล้ว ปีนขึ้นต้นไม้ถึงยอดแล้ว ได้ทุกสิ่งทุกอย่าง หรือได้มอบหมายสิ่งที่ได้มานั้นแก่ลูกแก่หลานแล้ว จะไปไหนต่อ ทิ้งใจไปนาน จะออกจากภพยังไง

โดย พ.ต.ท.สุรเดช ผะอบทิพย์
๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

บทความที่ได้รับความนิยม