วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2558

สมาธิเคลื่อนที่กับข้อคิดข้อธรรม ๘



๑.เหรียญนี้ยิงไม่ออก ตะกรุดนี้ฟันไม่เข้า ยันต์นี้คุ้มภัยพ้นภัย คำหมากนี้ก็ไม่ตายแล้วอุบัติเหตุ โรคภัยหรือยาพิษ.......ไม่ตายหรือ ผู้ทำผู้ปลุกผู้เสกจะไม่ตายหรือ ไปอยู่ไหนแล้ว บอกความจริงแก่ลูกแก่หลานได้แล้ว ลืมผม ขน เล็บ ฟัน หนังแล้วหรือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตาไปไหนแล้ว ......เอาน้ำเต้า นางกวัก ชูชก ดีไหมจะได้รวยๆ เฮงๆๆ วัตถุเช่นว่านั้น ดี แต่อย่าติดอย่าหลงอย่าเมา เดี๋ยวไปไม่ได้จะจมอยู่ตรงนั้น

๒.หาสุขจากวัตถุ หาสุขจากเอกลาภ หาสุขจากเนื้อ หนัง ผม ขน(อุยๆ) เล็บ....เจ็บตาย เหนื่อยตาย ทุกข์ตาย หาตาย วันนี้ไม่เจ็บ มันๆ ถูกสุขหลอกไปหาทุกข์ เวลาก็จะหมด จัดการไม่ทัน ทุคติมีหวัง ไม่เมาไม่จมไม่หลง ไม่ติดในภพภูมิ เยี่ยมจริง

๓.ธรรมะเป็นกฎธรรมชาติเป็นจริงทั้งในและนอกโลกแห่งกาลเวลาอนันต์หรืออสงไขย ภพที่เห็นที่อยู่เหมือนหนึ่งเราเดินได้เพียงก้าวเดียวในสังสารวัฏ สิ่งที่มีที่เป็นที่ได้คือ ไอติม สมบัติและสถานะกำลังเสื่อมและจาก ทั้งเวลาก็กำลังใกล้จะหมดยังไม่ตื่นไม่เตรียมอีกหรือ เตรียมรับความพลัดพราก มนุษย์ โลก จักรวาล จิต เชื่อพระพุทธเจ้าสักทีได้ไหม

๔.แบกขันธ์ ๕ ก็หนักแล้ว มาแบกบ้าน แบกรถ แบกสมบัติ แบกชื่อ แบกหน้า...แบกตัวตนอีก เหนื่อยตาย แม้จะเดินออกจากโลกร่างพังแล้วก็ยังแบกทำไมระลึกไม่ได้มีสิ่งใดมาปิดกั้นหรือเกาะกินจิตใจถึงขนาดนี้

๕.ตำแหน่งงานบ่งชี้คุณสมบัติเป็นสมมุติของมนุษย์โลกแห่งกาลเวลาและสถานที่หรือชุมชนหนึ่งๆบนผิวโลกที่เกิดขึ้นแล้วดับไปสิ้นไปหายไปหาได้ใช่เป็นจริงเชิงสมมุติและธรรมไม่เพราะมนุษย์มีกิเลสมีหลอกและเบียดเบียนเป็นธรรมดาธรรมชาติ พิจารณาตนเห็นตน เห็นผู้อื่น เห็นแจ้งจริง พิจารณาตนให้มากคนอื่นชั่งเขา

๖.ธรรมแท้ละกิเลส(เพียรถอนกิเลส) ธรรมวิเศษดับเย็น(เจริญกุศล ละอกุศล) ธรรมธรรมดา ไหว้พระ สวดมนต์ ตักบาตร ทำวัตรเช้าเย็น ทำสมาธิ ธรรมเทียมก็ปลุกเสกเป่าพ่นท่องสวดเจิม เลิกหลอกลูกหลอกหลานได้แล้ว งงจนจมติด ธรรมปลอมทำให้ไม่เข้าถึงพระธรรมยึดตัวยึดตนยึดคนยึดธาตุ

๗.เมื่อได้ขึ้นสู่เมรุ สภาพการยื้อแย่ง แข่งขัน ความวุ่นวายทั้งหลายทั้งปวงก็ปิดฉากภพนี้ลง ที่อยู่ก็ดิ้นรนกันไป แสวงหากันไป แบกหรือประกันกันไป ยังไม่เจ็บใช่ไหม

๘.เมื่อหยุดใจไม่ได้ ร่างกายก็จะหยุดให้ แล้วจะฝืนใจ  บังคับจิตใจก็จะเศร้าหมองทุคติเป็นอันต้องหวัง จบไม่สวยภูมิต่ำ อันตราย

๙.ใจขาดธรรมดั่งปลาขาดน้ำ ชีวิตจริงไม่สุข เปลือกนอกดูดี รวยจนทุกข์หมด เพียงแต่ทุกข์คนละแบบ เวลาใกล้จะหมดแล้ว เตรียมทิ้ง...

๑๐.คนมีทั้งหยาบทั้งละเอียด อยู่กับคนหยาบถูกกระทบถูกเบียดเบียนธรรมดา เช่น อยู่กับคนขี้เกียจ คนไม่มีความรับผิดชอบ คนดีแต่ปาก เก่งแต่ปาก รู้หัวข้อแต่ไม่รู้ไม่รายละเอียด ไม่เคยทำงาน ไม่เคยเหนื่อย ไม่เคยสูญเสีย อยู่ร่วมด้วยกรรม ถ้าเป็นลูกเป็นหลานเป็นเพื่อน ก็เป็นลูกเวรหลานเวรเพื่อนเวร ชีวิตมีแต่เวร เวร มนุษย์สัตว์ต่างด้วยอุปนิสัยและสติปัญญา เช่นนั้นเอง มันเป็นคุณสมบัติ

๑๑.ไม่คบคนพาล คบบัณฑิต อยู่กับผู้ไม่มีศีลไม่มีธรรมเดี๋ยวก็เจ็บตัว เสียตัว หมดตัว(เสียตัวเสียใจหรือคับแค้นใจ)

๑๒.คนไม่มีธรรมขาดธรรมแห่งอำนาจ ชีวิตจริงไม่สุข ระแวงเพราะทำเขาไว้เยอะหาคนที่จริงใจด้วยก็ยากที่เดินตามเข้าใกล้ก็หวังจะได้เท่านั้น สุดท้ายไปคนเดียว เจ็บคนเดียว รับเต็มๆ กิเลส กรรม วิบาก สำเร็จเอกลาภชาตินี้ภพนี้แต่ไม่คำนึงภพภูมิถัดไป อันตราย ระวังเป็นผีร้องไห้

๑๓.ตักบาตรยังโลภ สวดมนต์ขอหวยนั่งสมาธิเพียงท่ากรวดน้ำทำอากา ยกมือไหว้พระธรรมะไม่มี แต่ยังดียังดี สติ จิต ธรรม

๑๔.ธรรมะไม่ได้อยู่ที่การเอาปิ่นโตไปถวาย ตักบาตร ทำวัตรเช้าเย็น หรือที่บทสวดแต่เป็นเพียงพื้นธรรม มนุษย์เป็นสัตว์บำเพ็ญ ฝึกกายมีศีล ฝึกสติมีธรรม สติไม่ฝึกไม่ได้ พระองค์ทรงเพียงชี้บอกทาง(มรรค ๘)

๑๕.อาชีพไม่ชอบ กระทำไม่ชอบ นั่งสมาธิประโยชน์น้อยมากๆ นั่งได้หรือสติตั้งหรือ จิตส่งออกไปทั่ว

๑๖.แผนซ่อมบำรุงและทุนเข้าประชันสิ่งมีสิ่งเป็นกับร่างที่กำลังเสื่อมจะสอนความเจ็บและสภาพบีบคั้นจนเห็นทุกข์โทษภัย เมื่อมากขึ้นเรื่อยๆจะรู้สึกจะเห็นจะระลึกได้จะเดินออกมา ติดสุขไม่เห็นธรรม

๑๗.ถูกกฎหมายแต่ไม่ถูกธรรม เสื่อม ไม่ถูกกฎหมายแต่ถูกธรรมยังพอมีธรรมแห่งอำนาจ แต่ถ้าถูกกฎหมายถูกธรรม ธรรมแห่งอำนาจเต็มๆ

๑๘.ยังเสกสวดเป่าพ่นท่องอีกหรือ ยังไม่เลิกหลอกลูกหลอกหลานอีกหรือ ดับทุกข์ได้จริงหรือ...เป็นอุบายให้ลูกให้หลานได้เข้าถึงเนื้อธรรมเถอะ.... เย ธัมมา เหตุ.......วาที มหาสมโณ

๑๙.เวลาเหลือน้อยลงทุกๆวัน จะได้สิ่งใดมาก็ต้องเตรียมจากสิ่งนั้น สะสมมาทั้งชีวิต ครั้นเมื่อจากก็เสียดาย มีมากต้องรักษา มีปัญหาเวลาไป จิตไม่สงบ

๒๐.เราคืออนุภาคของโลกถูกอุปโลกน์ขึ้นแล้วก็ดับ เมื่อวานเดือนที่แล้วปีที่แล้วได้ผ่านไปแล้วได้ตายไปแล้ว เหลือแต่สัญญา เราไหลเลื่อนไปตามเวลา ไม่ใช่ตัว ไม่ใช่ตน ไม่ใช่ของของตน เพียงมีตัวชั่งขณะหนึ่งที่กำลังเปลี่ยนแปร ยึดสิ่งใดสิ่งนั้นก็ดับก็พังก็ฉิบหาย ธรรมที่พึ่งแห่งจิต หากินเบาๆใจสบาย ทางหนึ่งแสวงหาเอกลาภอีกทางหนึ่งนิพพาน

๒๑.เมื่อเป็นหนี้แล้วก็ถูกขังเป็นทุกข์ในโลก วัตถุทำร้ายจิตวิญญาณ ไม่มีหนี้แต่ติดใจในเอกลาภก็ยาว ท่องไปเถอะในสังสารวัฏ

๒๒.ประโยชน์ของการหากินเบาๆ ทุกข์โทษภัยจะน้อยมาก สบายๆ ไปสู่ภูมิภพที่ดี มีเหตุเข้ากระแสอริยะถ้าศีลบริบูรณ์และเห็นไตรลักษณ์สักนิดหนึ่ง....มนุษย์อายุไม่ยืน มีอะไรก็จากสิ่งนั้นเมื่อยังไม่จากเตรียมแผนซ่อม

๒๓.มนุษย์เป็นสัตว์บำเพ็ญ ปรับเปลี่ยนภูมิภพหรือออกจากสังสารวัฏได้

๒๔.งานชีวิตคือ การเรียนรู้ฝึกฝนอบรมบ่ออินทรีย์ให้แก่เพื่อภพภูมิที่ดีหรือเข้ากระแสอริยะ หาใช่แสวงหาเอกลาภหรือจ้องอยู่บนโลกไม่ มนุษย์อายุไม่ยืนแต่ก็ต้องหากิน แต่ถ้ากินตามเหตุตามปัจจัยตามครรลองตามกำลังตามธรรมเมื่อแตกดับก็สบายๆ ไปงามสุคติมีหวังได้

๒๕.วัตถุมิใช่บ่อเกิดแห่งความสุขเป็นสุขที่ไม่สงบจิตผูกต้องห่วงป้องกันกังวล ผู้มีมากระวัง ถูกแย่งถูกปล้น น้ำท่วม....ไฟไหม้หรือเสื่อมแปรไปเองหรือเราจากมันไป ผู้ไม่มีแล้วดิ้นร้นจนมีระวัง ถูกวัตถุนั้นทำร้ายจิตวิญญาณจนเครียดถึงกับดับร่างตนและผู้อื่นหรือก่อเวรสร้างภพสร้างชาติ เวลาเหลือน้อยหากินเบาๆ สบายๆ

๒๖.ทำกรรมเช่นใดใจก็ปรุงแต่งเช่นนั้น มีงานไม่ทำดองงานจิตไม่โปร่ง วิตก ไม่มีงานจิตฟุ้งอยากเดี๋ยวก็บาดเจ็บ

๒๗.ชีวิตหลังเกษียณที่แท้จริงคือ ต้องเตรียมการตายและรักษาร่างขั้นสูงสุด หยุดใจที่ปรารถนาถ้ามีสัญญากรรมที่หลอนก็แผ่เมตตาอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลเตือนจิตปลอบจิตบ่อยๆ แล้วจะไปสบายจิตอิสระเพราะไม่ผูกอยู่กับวัตถุกับโลก เรื่องการกินการอยู่ไม่ต้องกังวลคนแก่กินและใช้น้อยเมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ หมูหรืออาหารบางชนิดก็กินไม่ได้ เคี้ยวก็ไม่ได้เช่นคะน้า โรคต่างๆจะมาช่วยกันรุมล้อมช่วยจำกัดการกินจนกินอาจได้ของเหลว น้ำ แม้อากาศก็จะหายใจไม่เข้าหรือลำบาก ส่วนร่างแต่งฉาบให้งามก็ไม่มีใครหลง ต้องจบ

๒๘.ผู้ทำบาปย่อมเดือนร้อนเพราะการกระทำตน ระวัง สัญญา คนเศร้าเพราะอดีตมีมากเจ็บเพราะอดีตมีมากๆ วันนี้ไม่เจ็บ วันหน้าเจ็บ ไม่เป็นผีร้องไห้นะ

๒๙.โลกนี้ยุติธรรมแล้วแต่มนุษย์ด้วยกันไม่ยุติธรรม ไม่เป็นธรรมเพราะต่างด้วยภูมิจิตอุปนิสัยสติปัญญาที่ทำบาปเพราะเห็นแก่กินแก่ได้แก่พวกแก่เอกลาภแก่ความสะดวกสบายเพียงภพนี้ชาตินี้จนไม่เห็นความจริงและจิตหรือโลกภายใน ละบาปดีกว่าเพราะต่างก็หาความสงบ ภพภูมิหน้ามีจริง ได้มาแล้วตายอยู่ก็ประชันไม่ทุกข์หรือ

๓๐.อายุเหลือน้อย เวลามีจำกัด สังขารก็เสื่อม สุขภาพก็แย่ โรคประจำตัวก็มี ลูกยังเด็กยังเลี้ยง เมียก็ยังสาวหรือป่วยกิจการที่ไม่เที่ยง ทั้งภาระหนี้สินแล้วจะจบยังไง พึ่งธรรมทันหรือ จะสู้อีกหรือ.....หยุดวันนี้ยังทัน ผ่อนหนักเป็นเบาเพื่อภูมิภพที่ดี

๓๑.อายุน้อยต้องฝึกกาย อายุมากต้องฝึกใจ หากินมากหากินนานประโยชน์น้อย เตรียมเดินทางดีกว่า เวลาเหลือน้อยลงทุกขณะๆ

๓๒.รู้ตายรู้ดับ สบายๆ ไม่รู้ตายไม่รู้ดับ หากินตายเหนื่อยตาย มนุษย์มีเวลาน้อย สะสมบุญมากๆ

๓๓.คนมีปัญญาไม่สร้างปัญหาแต่เป็นมันสมองดับหรือบรรเทาทุกข์ตนทุกผู้อื่นและทุกข์ส่วนร่วมลงได้

๓๔.เมื่อติดใจก็ดิ้นรน ความวุ้นวายก็ตามมามีทั้งเจ็บทั้งฮา แต่สุดท้ายก็เจ็บจมจบออกไม่ได้ ติดอยู่สังสารวัฏฏ์

๓๕.เมื่อเจ็บมากๆ,เหนื่อยมากๆ,เสียหายมากๆ,ผิดหวังเสียใจมากๆหรือทุกข์ให้มากๆจะได้เห็นทุกข์ได้ชัดและเร็วขึ้น คนส่วนใหญ่จะเห็นทุกข์เมื่อมีความถี่ในการถูกระทบสูงและหรือแรง หรือแรงๆ ไม่เจ็บไม่จำ แม้อายุมากก็หาได้เห็นไม่เนื่องจากถูกย้อมมาอย่างยาวนานเป็นอนันต์ เช่น กิเลสมาร ภพที่ดำรงอยู่ วิถี ระบบคิดทำให้เมาโลกหลงโลกติดโลก คนไม่เห็นทุกข์เจ็บตาย ทุกข์ตาย ตาย... ผู้รู้ทางรู้วิธีรู้จัดการก็ยังทุกข์ ไม่รู้ก็รับเต็มๆ แต่ถ้ามีสิ่งเกื้อกูลหรือเหตุปัจจัยดีตลอดต่อเนื่องและยินดีในสุขก็จะเมาโลก หลงโลกเป็นผลร้ายต่อภูมิภพถัดๆไป (สุขมากไม่อยากตาย เมื่อถึงคราวต้องตายประสาทเสียมากๆ จิตจะเศร้าหมองทุคติอันมีหวังได้)

๓๖.ภาวนามา ๑๐ ปี บวชมาก็ ๑๐ ปี ยังเหมือนเดิมไม่พัฒนา โง่และถ้าจิตมีอิจฉาริษยาพยาบาทอาฆาตก็ยังเป็นโจรอยู่ มโนธรรมไม่มี เสียธรรม ชีวิตโมฆะ เบาอยากเบาโกรธให้ได้เพื่อภพภูมิที่ดีเดี๋ยวก็ได้ตายแล้ว เวลามีน้อย โกรธเขาเราร้อนๆ

๓๗.อายุก็มาก สังขารก็เสื่อม โรคภัยก็มี แรงกำลังก็น้อย ทรัพย์สมบัติก็เยอะแยะ ยังงกอีก ยังสะสมอีก จะเดินทางอยู่แล้ว ยังโง่ทำบาปอะไรมาปิดกั้น โปรดไม่ได้ ปล่อยตาย มันเป็นกรรมของสัตว์

๓๘.เปรตไม่รู้จักอิ่ม คนไม่รู้จักพอ เหนื่อยตายเลยทั้งที่จะตายหรือเวลาใกล้จะหมด เมาหลงจมกับภพเวียนเกิดไปเรื่อย

๓๙.ทำอะไรใจมันรู้ จิตปรุงแต่งนึกคิดไม่หยุดไม่สงบ

๔๐.จะดับอยู่แล้วยังเมากับสมบัติ กับเกียรติ กับลูก กับหลาน ชั่งมืดบอด

๔๑.ถ้าบอกและเตือนเขาแล้ว และเปลี่ยนเขาไม่ได้ก็ให้ความเจ็บ ความเหนื่อย ความเสียหาย ความสูญเสีย และความตายสอนเขาไปเรื่อยๆ ปล่อยให้ตายไป ให้ชะตา วิบากจัดการ ไม่ต้องซ้ำเติม เขาทุกข์อยู่แล้ว ผู้อ่อนน้อมเข้าถึงธรรม

๔๒.สร้างเหตุดีๆอยู่สบาย(เว้นแต่มีวิบาก) ไปก็สบาย อย่าไปสร้างทุกข์ให้แก่ใคร



                             โดย พ.ต.ท.สุรเดช ผะอบทิพย์

                                      ๒๒ กันยายน ๒๕๕๘

วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2558

สมาธิเคลื่อนที่กับข้อคิดข้อธรรม ๗



สมาธิเคลื่อนที่กับข้อคิดข้อธรรม ๗

๑.เหนื่อยกายต้องทน เหนื่อยคนต้องพิจารณา หาเหตุปัจจัย อุปนิสัย พื้นเพ สันดาน สติปัญญา ภูมิจิตภูมิธรรม คุณสมบัติ สภาวะ กิเลส กรรม วิบาก จิตจะยอมรับตามความเป็นจริง ใจจึงไม่โกรธ ไม่เคือง ไม่อาฆาต ไม่พยาบาท ไม่ปองร้าย ใจจะเบา เย็น สงบ สบาย ปรอดโปร่ง โล่ง แถมเมตตา สงสาร และเห็นใจหรือเกื้อกูลอีกด้วย

๒.หากินให้ดูวัย ชีวิตและสังขาร ไม่พึงให้ความแก่ ความเจ็บ ความตายมาตักเตือน สอน หรือสั่งเรา ชีวิตหมดทรัพย์ก็หมด เมามากก็เหนื่อยมาก ติดสมมุติไม่เห็นวิมุติ หากินให้ตายก็ตายเปล่า...มนุษย์สัตว์มีกรรม สติและความเพียรเป็นเครื่องถอดถอนกิเลส มันมาก สุขมาก ไม่เห็นธรรม ที่สำคัญเจ็บหนักและยาวเป็นอนันต์ๆ(ภัยในสังสารวัฏฏ์ และหรือโทษภัยในเหตุปัจจุบันที่ก่อ เช่น มีเป็นเกินกำลังแห่งตน อายุที่เหลือมีน้อย ตายแน่ๆ

๓.คนแก่บางคนอายุ ๖๐ ปี ๗๐ ปี ยังโกง จะตายอยู่แล้ว ยังโง่ทำบาปอีก กรรม บัวจริงๆ แบบนี้ต้องปล่อยตายอย่างเดียว ปล่อยให้ตายไป...

๔.ตายแล้วกระดูกเป็นแก้ว เนื้อเป็นหิน มันก็คือธาตุหรือวัตถุธาตุหรือแม้แต่วัตถุวิเศษ พิเศษ พิสดาร เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ทั้งธาตุหรือวัตถุเช่นว่านั้น รวมตลอดถึงทั้งคนที่ยึดอีกทั้งโลกที่อยู่และอวกาศที่มีก็แปรเปลี่ยนสลาย แตกดับหมด สุญโญๆ รู้จิติ รู้สติรู้ธรรม คือทางดับทุกข์ (มรรค ๘) สิ่งภายนอกไม่พึ่งแวะมาก ไม่หลง ไม่เมา ไม่จม ไป หมายเหตุคำว่า ไป หมายถึง ไม่ติด ไม่ข้อง ไม่ยินดี ไม่พอใจ ไม่ผูก หรือไม่จมจนเดินต่อไม่ได้หรือเนิ่นช้าหรือเสียเวลาหรือช้าลงซึ่งทางดับทุกข์ หรือมรรค ๘ ข้อยกเว้น ยินดีได้แต่ไม่ติดไม่พึ่งให้สิ่งใดมาบดบังหรือปิดบังหรืออำพรางพระธรรม พระองค์ทรงตรัสไว้ดีแล้ว

๕.เมื่อไม่ทำบาป บุญก็มีและหรือใจก็บริสุทธิ์ด้วย ย่อมอาจหาญต่อยมบาล ตายยิ้ม พ้นนรก

๖.จิตเมตตาเมื่อใด ใจก็เย็นลงเมื่อนั้น สวรรค์ก็เปิดรออยู่ แต่ถ้าคิดร้ายใจก็ร้อน อยู่นอน ตื่นก็ไม่เป็นสุข ทำกรรมดี ไปโลด

๗.สิ่งสมมุติใครมีมากกว่ากันเป็นเพียงเกมส์สั้นๆ กว่าจะได้บ้านสักหลัง รถสักคัน กิจการสักแห่ง....ผมก็หงอกแล้ว แล้วก็มาดับ กรุงโรม บาบิโลน นครรัฐน้อยใหญ่ทั้งชื่อทั้งตัวหายหมดเป็นเพียงตำนาน อยู่กันคนละแวบจริงๆ ไม่พึ่งเมาสมมติติดบัญญัติเพียงแค่ได้ใช้ผ่านไป

๘.มนุษย์เป็นสัตว์บำเพ็ญ เพียงประคองจิตมิให้เกิดอกุศล ถ้าเกิดก็ละเสียหรือหาอุบายออก จิตละบาปชาติเจริญ จิตเกิดกุศลชาติมีแต่ เฮงๆๆ.....แต่ถ้าจิตมีบาปก็ต้องลำบากกันหน่อย รับกรรมกันหน่อยเพราะหลอกกัน เบียดเบียนกันเป็นธรรมดา ระวังเมื่ออยู่ร่วมกับคนหลงโลก เมาโลก ติดโลก หรือโลภ

๙.รวยตอนอายุ ๖๐ ปี ไม่มีประโยชน์...ตายเร็วกว่า ช้ากว่า ๑๐ ปี ๒๐ ปี ยังไงก็ตาย ไม่เห็นจะสุขกว่า หรือได้เปรียบกว่าตรงไหน ยิ่งอยู่นานใจไม่สงบ ไม่โปร่ง ไม่แช่มชื่น ไม่เบิกบาน ไม่บันเทิง อย่าอยู่ดีกว่า อยู่แบบนี้ เรียกว่า อยู่แบบมีกรรม ถ้ากายเสื่อมผุพังด้วยแล้ว ตายดีกว่า ถ้าอยู่ต่อถือว่า อยู่แบบชดใช้กรรม มีเป็นไปตามเหตุตามปัจจัยอยู่สบายใจก็สบาย ดับทุกข์ได้คือยอดมนุษย์ เพียงติดจิตก็ไม่อิสระแล้ว

๑๐.มนุษย์มีเวรมีกรรมผูกพันหรือทำกรรมใดกันมาไม่รู้ กระทบกันกินกันเป็นกรรมของวัฏฏะ อยู่ร่วมกับผู้มีศีลสบาย มันเป็นกรรมของสัตว์ อัฟเกรดกว่าจะขึ้นมาเป็นมนุษย์ก็แสนยาก ตายแล้วก็ท่องต่อ จะเกิดภูมิไหนก็ไม่รู้ คิดพูดทำดี  ไปดี สิ่งต่างๆไหลเลื่อนไปตามกาลเวลาอนันต์

๑๑.รีบมีชีวิตเพื่อตนเพื่อจะไม่ต้องเกิดอีก ตายอีก ไม่เชื่อธรรมก็ไปตามกรรม ไม่ฟังประเทศก็แค่ถูกลงโทษ ไม่อ่อนน้อมธรรมก็ไม่เกิดมีแก่ตน ไม่คารวะผู้ใหญ่ก็ไร้ได้ซึ่งความเมตตา ชีวิตก็มีแต่เวรแต่กรรม ลูกเวร ผัวเวร เมียเวร

๑๒.รากเหง้าปัญหาอยู่ที่ระบบคิดและวัฒนธรรม การออกแบบระบบหรือองค์กรหรือโครงสร้างสังคมใดๆเป็นเพียงเปลือก มนุษย์มีที่มาและต่างภูมิ(ภูมิจิตภูมิธรรม)เมื่อวัตถุนิยมเจริญและมีมิจฉาทิฎฐิด้วยแล้ว บัลลัย์ ดูเมือง ดูประเทศดูที่คุณภาพคน ต้องทำให้คนหลอกกันน้อยลง เบียดเบียนกันน้อยลง ความสำคัญอยู่ที่การต้องสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ให้เข้าถึง เหตุผล ถูกผิด ดีชั่ว บาปบุญ คุณโทษ ประโยชน์ไม่ใช่ประโยชน์ นรกสวรรค์ แอนด์นิพพาน

๑๓.มนุษย์ต่างใจ ต่างความคิด ต่างความเห็นกันจะกำหนดให้คิดเห็นเหมือนกันหมดเป็นไปไม่ได้

๑๔.เมื่อแก่ลงทุกวันๆ ความแปร ความไม่เที่ยงเกิดขึ้นทุกขณะๆ ความพลัดพรากจากกันมีเป็นระยะๆ เมื่อยังเหลือกันอยู่ ควรเมตตาและหยุดหลอกกันไม่ดีหรือ อย่าลืมผลรวมของการได้และการมีจะเท่ากับสูญ ชีวิตที่เหลือก็น้อย ถ้าลมหายใจดับจะตั้งตัวไม่ทัน สรุปความตายต้องเตรียมการ

๑๕.นอกจะอาจหาญต่อยมบาลแล้ว บ้างเมื่อใจเต็มเปี่ยมอุราในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เสียแล้ว ก็อยากที่จะตายโดยฉับพลันด้วยเหตุไปสู่ประตูสวรรค์ ข้ามพ้นนรก เนื่องจากจิตไม่มีบาป จิตไม่หลอนในสัญญากรรมที่ก่อไว้......ทำกรรมเช่นใดใจก็ปรุงแต่งนึกคิดเช่นนั้น คนตายเพราะความคิดมีทุกวันๆ

๑๖.มารสอนให้ยึดโลก ถูกอุปโลกห์แล้วก็ดับ สมมุติทั้งชื่อทั้งตัว ย้อมเราไม่รู้จบ เมื่อยึด จิตก็ไม่อิสระ ทุกข์

๑๗.โตไปไม่โกง อยู่กับสังคมขี้โกง ชุมชนขี้โกง วัฒนธรรมขี้โกง คนขี้โกง สติ ความเพียรและขันติต้องตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว ธรรมดา ยิ่งกระทบอินทรีย์ยิ่งแก่ มนุษย์ต่างหากิน อายุมากหากินเบาๆ(สติพิจารณา) อายุน้อยหากินหนัก(เพียร)

๑๘.มนุษย์คู่กับทุกข์ ไม่พึ่งเพิ่มทุกข์ให้แก่กัน แค่หากินก็เหนื่อยแล้ว ถ้าแบกหรือประชันด้วยตายทั้งเป็น มีกินมีใช้ต้องคำนวณ วัย สังขาร เวลา และชะตาจะสอนเรา ไม่เห็นทุกข์ไม่เห็นธรรม ช้ำจนตาย

๑๙.เมื่อตั้งอยู่ในธรรมแล้ว ปรโลกหน้าก็ไม่กลัว หวานเจี๊ยบ สบายๆ คนไม่มีเวรอยู่เป็นสุข คนผูกเวร มีเวร เวร กรรม พัฒนาสติปัญญาไปเรื่อยๆ

๒๐.ฝึกกายมีศีล ฝึกสติมีธรรม มนุษย์เป็นสัตว์บำเพ็ญ มรรค ๘

๒๑.ทำกรรมดีใจก็ปรุงแต่งดี นึกคิดอะไรก็ปลอดโปร่ง ทำกรรมไม่ดีใจก็ปรุงแต่งนึกคิดไม่ดี วิตกเศร้าหมอง ไม่ปลอดโปร่ง....เชื่อกรรมเชื่อธรรมฟังประเทศสบาย ข้อระวัง ขัดคอก่อเวรมีเวร เลี่ยงได้เลี่ยง หนีได้หนี

๒๒.เมื่อถูกกระทบ พึ่งระลึกหรือท่องว่า  วิบากๆ กรรมๆเจริญกุศลให้มากวิบากจะตามไม่ทัน

๒๓.ใจต้องเจริญ ใจไม่เจริญ หายนะฝ่ายเดียว

๒๔.เมื่อภาวนาหรือระลึกว่า เราอายุไม่ยืน เราอยู่ได้ไม่นาน เราเหลือเวลาชีวิตไม่เท่าไรมีผลยังละกิเลสได้หลายกอง ทำให้มีพลังและหายเหนื่อย อีกทั้งแจ้งธรรมขึ้นเรื่อยๆ อยู่นานร่างเจ็บ ลุกโอย นั่งโอย หรือจิตไม่เกษมอยู่แบบชดใช้กรรม กรรม

๒๕.เมื่อก่อเวรมาก หลับไม่เป็นสุข ตื่นก็ไม่เป็นสุข เหตุเพราะจิตปรุงแต่งจากสัญญากรรม ครั้นแตกดับก็มีเหตุปัจจัยไปตามเวรที่ก่อ กรรมที่ทำ หรือกิเลส กรรม วิบาก...หรือท่องสังสารวัฏฏ์ที่ยาวไกล.....เวลาอนันต์หรืออสงไขย หรือเป็นการขยายภพภูมิ เชื่อกรรมมีสัมมาทิฎฐิ

๒๖. ๕๐ ปี ผ่านไป ๑๐๐ ปี ผ่านไป ๒๐๐ ปี ผ่านไป......ผ่านไป คนอื่นๆก็ลืมเราหมด ลูกหลานก็ตายหมด คนรุ่นหลังๆก็ตายไปตามลำดับหมด เราถูกอุปโลกห์ขึ้นมาดั่งเป็นอนุภาคของโลก เกิดแล้วดับ ไม่ใช่ตัว ไม่ใช่ตน ไม่ใช่ของของตน แต่มีตัวมีตนขณะหนึ่งๆ ใข้ตามเหตุตามปัจจัยเสร็จแล้วก็วาง การชื่นชมโลกมีเวลาน้อย

๒๗.เมื่อเสียเหงื่อ เลือด น้ำตา เงิน ทรัพย์บ่อยๆ หรือพลัดพรากจากสิ่งที่รักสิ่งที่ชอบใจถึงขนาด ธรรมก็เกิดขึ้นๆๆ สิ่งใดที่ทำให้ทุกข์พึ่งมิให้เกิดอีก เกิดอีกก็เจ็บอีก ยิ่งเจ็บ ยิ่งสูญเสียยิ่งมีปัญญาสะสม.... เจ็บไม่จำ ช้ำจนตาย วันนี้เราไม่เจ็บแต่วันหน้าเจ็บ วันนี้มันๆ ระวังสุขหลอกไปทุกข์

๒๘.อุบายวิธีดับอิจฉาริษยา อิจฉาคืออยากได้ ส่วนริษยาคือความไม่พอใจ ไม่ยินดี ไม่ชอบใจ เมื่อสะสมริษยามากๆจะก่อตัวเป็นอาฆาตพยายาทปองร้ายหรือทำร้ายผู้นั้น เมื่อจิตเกิดภาวะเช่นนั้น จิตจะร้อน พึ่งหาอุบายวิธีดับอารมณ์ เช่นพิจารณาเหตุปัจจัย ความเป็นมา สภาวะ กรรม วาสนา โชค ลาภ บุญแต่ละคนไม่เหมือนกัน หรือมีวิถีกรรมต่างกัน จิตจะยอมรับตามความเป็นจริง หรือใช้อุบายวิธีข่มจิตโดยภาวนาคำว่าเขาได้ดีแล้วๆ,อิจฉาไม่ดี ริษยาเราร้อนๆ,เป็นบุญของเขาๆ,บุญเขาๆ,กว่าเขาจะได้มาเขาลำบากๆหรือถ้อยคำอื่นใดเพื่อหยุดการปรุงแต่งของจิตหรือความคิด คิดดีใจสบาย คิดร้ายใจร้อน

๒๙.ไม่เมตตาไม่พึ่งซ้ำเติม เราอาจจะเป็นเช่นนั้นก็ได้เพราะมนุษย์ต่างมีชะตา มีวิบาก มีกรรม เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเรา เกิดขึ้นกับครอบครัวของเรา ช่วยได้ก็ช่วย ช่วยไม่ได้ก็อุเบกขา ความอิจฉาริษยาเมื่อเกิดขึ้นแก่จิต รีบดับเพราะร้อนเผาทั้งตนและผู้อื่น กรรม...

๓๐.เข้าใจคน เข้าใจสัตว์ ใจสบายเพราะจิตยอมรับตามความเป็นจริง(มนุษย์ต่างกันที่ภูมิภพแต่เป็นสัตว์เป็นบำเพ็ญปรับเปลี่ยนภพภูมิหรืออริยะได้

๓๑.ยกย่องเป็นเกจิ ใหญ่กว่าพระธรรม ให้คนกราบไหว้ ไม่งามไม่สมควร ไม่พึ่งชื่นชมเปลือกหรือกะพี ธรรมแท้ต้องละกิเลส หรือชำระหรือถอดถอนกิเลส

๓๒.เราเกิดมาเพื่อเดินออกจากโลก มิใช่จ้องอยู่บนโลก เราต่างมาจากไหนกัน และจะไปที่ไหนกันต่อ อายุที่เหลือมีน้อย...

๓๓.หลงเงิน หลงดอกไม้ หลงสุข จมอยู่กับภพ

๓๔.ไม่มีใครแบกบ้านไป ไม่มีใครแบกที่ดินไป มีแต่อยู่ใต้ดินกันทั้งนั้น

๓๕.คิดดีเป็นบุญ คิดร้ายเป็นบาป

๓๖.ห้ามเล็บ ห้ามผม ห้ามขน.......ไม่ให้ยาว ไม่ให้.......ไม่ได้ สิ่งต่างๆถูกขับเคลื่อนไปตามเวลาอนันต์ เว้นแต่จะเข้ากระแสอริยะ(บุรุษสี่คู่) เชื่อธรรมถึงธรรม

๓๗.ทำไม...เราต้องอดทนกับบ้าน กับรถ กับลูก กับผัว กับคน กับกิจการ กับภาระ กับ........กับทั้สัญญาเก่าๆที่จิตปรุงแต่งนึกคิดบ่อยๆ ความอดทนหรือขันติเป็นพื้นของธรรมทำให้งาม...สู้...มีชีวิตต้องคำนวณ

๓๘.ผัวก็เวร มีลูกก็ลูกเวร มีเพื่อนก็โกงเวร ร่างกายก็แย่เวร ฝ้าก็ขึ้นหน้า กระก็ขึ้นหน้า ทำไมชีวิตจึงบีบคั้นอย่างนี้....อดทนนะ จงมีสติและความเพียร เดี๋ยวทุกข์ก็ดับไป ค่อยๆบ่มอินทรีย์ไปเรื่อยๆ

๓๙.หญิงมีคู่ส่วนมากสยอง สดุ้ง ผวาเมื่อได้คู่ไม่ดี หน้าหมอง ต้องอดทน กรรม..(สถิติหย่า-จดทะเบียนสมรส) มีลูกกวนตัวมีผัวกวนใจ มีผัวเมากินเล่นเที่ยวติดกิ๊กติดสัตว์.....บ้าตาย หมองตาย...ช้ำตายถ้ามีการใช้ความรุนแรงในครอบครัวด้วย มีแฟนต้องคิด มีผัวต้องพิจารณา ต้องเข้าใจ ต้องรู้ใจ ต้องทำใจ ต้องยอมรับตามความเป็นจริง มันเป็นเช่นนั้นเอง เช่นนี้เอง

๔๐.จิตที่ดีเป็นเมล็ดพันธ์ใหม่ เห็นชอบ คิดก็ชอบ พูดทำอาชีพก็ชอบ มรรค ๘ อดีตทำให้คนเจ็บมามาก เศร้าหมองมามากเพราะกรรมที่ก่อไว้

๔๑.ไม่มีผู้ใดมีความสุขด้วยการผิดศีลธรรม ดูภายนอกสบายกาย แต่ภายในจิตหลอนเพราะอดีต ภาวะเช่นนี้มิควรอยู่คนเดียวหรือปล่อยให้อยู่คนเดียว

๔๒.หยุดอยาก ชำระอยากให้เบาลงไม่ได้ เจ็บยาว เจ็บไม่เลิก เจ็บลึกเพราะโทษความอยากได้ซ่อนความเจ็บไว้หรือถูกหลอกให้สุขก่อน เจ็บบ่อยๆและสังเกตดีๆจะเห็นได้และเริ่มเห็นชัดขึ้นๆ จนเบื่อและจะหนีเอง

๔๓.สุขที่แท้จริงคือ จิตที่สงบ ใจที่ไม่มีกิเลส จิตที่ไม่มีทุกข์ สมมุติแล้วก็ดับ ยึดไปก็ไม่ได้อะไร เวลาเหลือน้อยแล้ว....วาง......วางเพื่อว่าง จิดจะได้อิสระ ต้องฝึกละ

๔๔.พึ่งระลึกหรือกำหนดรู้หรือภาวนาหรือท่องในใจบ่อยๆว่า ความโกรธจงอย่าเกิดขึ้นแก่จิตเราๆ ความอยากจงอย่าเกิดขึ้นแก่จิตเราๆเพื่อป้องกันและรักษาจิต

๔๕.ภูมิแห่งการล่าคือดิรัจฉาน กินก็สดุ้ง นอนก็สดุ้ง อยู่ร่วมกันก็สดุ้ง มีภัยตลอดเพราะต่างไม่มีศีล เช่น นก ไก่ งู....เมื่อเกิดเสียงใดก็หนีหรือตกใจหรือสดุ้ง มนุษย์ไม่มีศีลน่ากลัว ไม่คบคนพาล คบบัณฑิต

๔๖.เวลา ชีวิต โลก คำนวณดี ไปดี เวลาหมดทรัพย์เหลือ เวลาหมด ใจไม่พร้อมอันตราย สดุ้งต่อภพ

๔๗.หยุดเวร หยุดบาปได้เป็นพระ ลด เลิก ละได้ชนะมาร ผู้ไม่อยากสุขจริงหนอ

๔๘.ระวัง มีคนอันมากที่คบหาอย่างเป็นศัตรูผู้แฝงมาในรูปมิตร

๔๙.พี่ก็โกง น้องก็โกง ผัวก็โกง เมียก็โกง เพื่อนก็โกง ลูกน้องก็โกง เจ้านายก็โกง พ่อค้าก็โกง....สรุปเราอยู่กับคนโกงเยอะไปหมดเพราะขาดศีล ธรรมดา ธรรมชาติๆ มนุษย์สัตว์ต่างหากิน

๕๐.รวยคงรวยอีกไม่กี่วัน สุขคงสุขอีกไม่กี่วัน มีเกียรติคงมีอีกไม่มีกี่วันเพราะเราแก่แล้ว สังขารก็แย่แล้ว หูตาก็ไม่ดี ลุกก็โอย นั่งก็โอย อยู่ไม่ถึงค้ำฟ้าแล้ว ที่แน่ๆกำลังจะค้ำดินแล้ว ไม่ไหวแล้ว สงสัยจะต้องราบไปกับดิน เป็นดิน ธุลีดิน ร่างนี้ตั้งอยู่ไม่นาน

๕๑.ยิ่งแก่ยิ่งงก เพราะงกมาแต่เด็กหรือภพก่อน ยิ่งแก่ยิ่งดีเพราะดีมาแต่เด็กหรือภพก่อน ภูมิจิตวิถีวิตเหตุปัจจัยผลจึงเป็นเช่นนั้น เช่นนั้นเอง ทำทิ้งหาทิ้ง ทิ้งชีวิต

๕๒.โลกคือลิเกโรงใหญ่ สมมุติแล้วก็ดับสิ้นไป อดีต อารยธรรม ประวัติศาสตร์ เมื่อวานเป็นทั้งเหตุทั้งผล ทั้งถูกทั้งผิด ทั้งดีทั้งชั่ว ทั้งประโยชน์และไม่ใช่ประโยชน์จะเอาอะไรกับมนุษย์ผู้มีกิเลส ถ้าเห็นผิดมีมิจฉาทิฏฐิไม่อยู่ต่อดีกว่า เพราะอยู่ต่อไปก็จะไปขยายภพภูมิชาติให้ยาวออกไปอีก

๕๓.ประพฤติธรรมสำคัญอยู่จิต ฝึกสติคุมจิตมิให้ผิดธรรม อบรมพิจารณาบ่มอินทรีย์ไปเรื่อยๆ ธรรมแท้ๆต้องละกิเลส ธรรมวิเศษเพียงดับเย็นๆ สงบๆ สบายๆ เบาๆ มนุษย์อายุไม่ยืน อยู่นานค้ำดิน ราบไปกับดิน เป็นดิน ธุลีดิน

๕๔.สิ่งสมมุติใครมีมากมีน้อยเป็นเกมส์สั้นๆของภพหนึ่งภูมิหนึ่งในสังสารวัฏฏ์ กว่าจะรวย กว่าจะสบาย กว่าจะค้ำฟ้าอายุก็จะหมดแล้ว ทำแทบตาย หาแทบตาย บริวรทยอยพลาญใช้หมด....ได้ทรัพย์แต่เวลาหมด...

๕๕.พันล้านจิตสงบ เพชรเต็มนิ้วจิตสงบ ได้ลาภจิตสงบ เราเป็นอนุภาคของโลกแต่จะมายึดโลก ตลก พี่โจ๊ก..

๕๖.ไม่ฆ่าเขาก็ตาย ไม่ทำลายเขาก็บาดเจ็บ ไม่เชื่อบาปก็ควรเคารพกฎ ไม่เคารพกฎก็ควรเคารพชีวิต ไม่เคารพชีวิตก็ควรเฉยๆ เข้าใจชีวิตจะรักทุกชีวิต ชีวิตเป็นที่รัก เวลาเหลือน้อยแล้ว...

๕๗.แผนซ่อมบำรุงสิ่งมีสิ่งเป็นจะพาเราไปรับกระทบสัมผัสจะบีบคั้นเราเรื่อยๆจนเกิดความเบื่อหน่ายแล้วจะเดินออกมา...ยิ่งบีบคั้น ปัญญาก็ยิ่งเกิด สะสมไปเรื่อยๆ ปัญญาอบรมสมาธิ

๕๘.เมื่อเริ่มเห็นโทษทุกข์ภัย ใจก็เริ่มละเริ่มวาง มีสิ่งใดต้องระวัง ทำแผนซ่อมบำรุงพร้อมรับภัย สุญโญ

๕๙.เราอยู่กับครอบครัวญาติพี่น้องเพื่อนฝูงบริวารหรือผู้สัมพันธ์กับเรา แต่สุดท้ายไม่มีใครไปกับเรา ทางนี้เป็นทางสายเปลว เวลา สภาวะ อัตภาพจะพาเราไป....ไม่รู้จะพบธรรมเมื่อใด ธรรมหาได้ยาก จิตที่เป็นกุศลผ่องใสอาจหาญต่อยมบาล

๖๐.เว้นแต่จะมีลูกหลานหรือบริวารที่ดีและหรือมีทรัพย์สมบัติ อีก ๕ ปี ๑๐ ปี.....ปี เราก็เป็นคนแก่ที่ไม่มีใครต้องการ ไม่มีประโยชน์ ถูกลืม ถูกทิ้ง ถูกลบชื่อออกไป

๖๑.อีก ๑๐ ปี ......ปี ครอบครัวเป็นเช่นใด อยู่ครบไหม เรายังอยู่ไหม ร่ำรวยหรือวิบัติ ขัดสนหรืออดยาก ขึ้นสูงหรือลงต่ำ ค้ำฟ้าหรือค้ำดิน หรืออยู่ใต้ดิน ไม่เที่ยงๆ

๖๒.หลังความตายมีคนพูดถึงเราสักกี่คน คนรุ่นใหม่ๆ ก็ลืมเรา

๖๓.เพียงส่งจิตออกหรือนึกคิดเรื่องอื่นที่มิใช่ปัจจุบันขณะที่ทำอยู่สัมผัสอยู่ใจก็ทุกข์แล้ว หากเรื่องที่ส่งออกก่อไว้ไม่ดีใจก็เศร้าหมอง กรรมมีจริงเป็นกฎธรรมชาติส่งผลทั้งปัจจุบันและอนาคต ใจสงบเพราะมีปกติมาก่อน ใจดีใจสบาย เย็น เบา ไม่ร้อน

๖๔.คนไม่มีศีล คนไม่มีธรรม คบแล้วเจ็บตัว เจ็บใจ ถูกหลอกตายถูกใช้ตาย ผู้ประสบสอพลอก็ลวง

๖๕.วัตถุนิยม ทุนนิยม เสรีนิยม ดับโลก ทำร้ายจิตวิญญาณ เพียงบำบัดกายแต่ดับทุกข์ใจให้ไม่ได้ ลืมจิต ลืมธรรม ลืมศีล มืดบอด

๖๖.โบสถ์ วัด บทสวด พุทธรูป วัตถุมงคล วิธีทำสมาธิ เครื่องแต่งกาย สถานะ บทบาทเป็นเพียงเครื่องมือ หรือสิ่งงามหรือแนวทางให้ก้าวไป แต่สำคัญอยู่ที่จิต คิดดี พูดดี ทำดีเสมอๆ ประคองจิตมิให้เกิดอกุศล ประพฤติธรรมสำคัญอยู่จิต เช่น ยกมือไหว้แต่ใจคิดไม่ดี การกระทำเป็นเพียงอาการ หรือแสดงหรือแสร้ง หรือทำท่า

๖๗.พระเจ้า เทพ เซี่ยนทำให้เราบริสุทธิ์ไม่ได้ ช่วยเราไม่ได้จริง ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน คนจะบริสุทธิ์ได้ก็ด้วยปัญญา เชื่อธรรมถึงธรรม

๖๘.การเรียนรู้ที่ซึ้งต้องเข้าไปปะทะกระทบสัมผัสและหรือถ้าสูญเสียหรือเสียศูนย์ เจ็บไม่จำช้ำจนตาย สิ่งใดที่ทำให้ทุกข์พึ่งมิให้เกิดขึ้นอีก พิจารณาให้มาก...

๖๙.อายุมาก ถ้าใช้ชีวิตพันหรือผูกพันกับโลกมาก จะเป็นอันตรายแก่ดวงจิต จิตไม่อิสระ แตกดับย่อมเศร้าหมอง

๗๐.ทำอะไรต้องคำนวณ บีบยาสีฟันก็คำนวณ ตักข้าวก็คำนวณ ใช้จ่ายก็คำนวณ ได้อะไรมาก็คำนวณ อายุมากมีเมียมีลูกก็คำนวณ ...........คำนวณ........คำนวณอายุที่เหลือยิ่งต้องคำนวณ ตกคำนวณ ชีวิตตก ตกชีวิต อายุมากต้องเตรียม....ยิ่งสังขารเสื่อม.......พร้อม....

๗๑.โลกคือไอติม ประเทศหรือชุมชนคือไอติม ตัวเราก็คือไอติมเพราะไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน ไม่ใช่ของของตน เพียงมีตัว มีตนแวบหนึ่งบนจุดของเส้นทางอนันต์ สมมุติทั้งชื่อทั้งตัว สูญโญ ไอติมคือละลายดับหรือทุกขัง อนัตตา

๗๒.ยศหมด ลาภก็หมด เวลาหมด ทรัพย์ก็หมด เตรียมก่อนหมดเพื่อภูมิภพที่ดี

๗๓.ระวัง เรากำลังถูกไตรลักษณ์บดขยี้ให้หายไปจากโลก

                   โดย พันตำรวจโทสุรเดช  ผะอบทิพย์

                               ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๘

วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2558

สมาธิเคลื่อนที่กับข้อคิดข้อธรรม ๕

สมาธิเคลื่อนที่กับข้อคิดข้อธรรม ๕
 
๑.เรา ไม่พึ่งให้ความแก่ ความเจ็บ ความตายมาแยกเราออกจากวัตถุโดยที่เราไม่สมัครใจหรือถูกบังคับใจเมื่อนั้นจิต จะเศร้าหมองซึ่งมีผลต่อมรณาสันนวิถีขณะแตกดับได้(หาอุบายวิธีจากทรัพย์จาก โลกหรือเครื่องผูกมัดสัตว์ จมอยู่กับภพ)

๒.รถมีเบรก จิตจะหยุดได้ต้องมีอุบายหรือฝึกสติ หยุดไม่ได้..ตาย...คิดนานเครื่องพัง...จิตเป็นกุศล...สบายๆ ถึงคิดนึกก็สบายๆ...

๓.ร้อยปีที่แล้วไม่มีเราอีกร้อยปีเราก็ไม่มี เราถูกอุปโลกป์ขึ้นมาแล้วก็ดับไปไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนไหลเลื่อนแปรเปลี่ยนเป็นอนันต์ไม่พึ่งมั่นหมายสมมุติทั้งชื่อและรูปร่าง โลกแตกดับมาแล้วหลายใบ

๔.เมื่อรับกระทบสาวสวยจิตปรุงแต่งพอใจ กำหนัดรีบกำหนด(รู้)หรือระลึกหรือท่อง ผมขนเล็บฟันหนัง พังผีดๆ ตกขาวๆๆ หรือน้องสาวๆๆ หรือแม่ๆๆ หรือมองเพ่งผ่านทะลุชั้นแป้งชั้นผิวหนังเห็นอวัยวะภายในกาย(อสุภะ)เพื่อคลายหรือดับหรือพิจารณาเห็นโทษภัย

๕.วันเวลาจะพาเราไปพบสัจจะชีวิต ผลรวมของการได้เท่ากับสูญ

๖.ก่อนได้มาก็ทุกข์ ได้มาแล้วก็ทุกข์ (มีสิ่งใดก็รักษามีต้นทุนซ่อนเจ็บ)

๗.อุบายแก้อยาก คือ ต้องพิจารณาเห็นโทษภัย ภาระ ความแปรเปลี่ยน อายุไข ความดับแห่งสิ่งที่อยากนั้น และกำลังเรากับเวลาชีวิตที่เหลือทั้งประโยชน์ที่ได้รับ เมื่อได้มาแรกๆจะมันๆๆ ไม่เห็นโทษภัย เวลาผ่านไปเรื่อยๆจะเจ็บจนทนไม่ไหวจึงทำให้ไม่ยึดเริ่มละเริ่มวางและจะว่าง วัตถุทำร้ายจิตวิญญาณ

๘.ธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบทำให้ลด หยุด หรือระงับภูมิภพที่จะท่องเป็นคำสอนสากลเป็นวิทยาศาสตร์ไม่ใช่ไสยศาสตร์ คำสอนมี ๒ ระดับ ระดับละชั่วทำดีเหมาะกับชาวบ้านและชนทั่วไป และระดับชำระกิเลสหรือจิตบริสุทธิ์เหมาะกับผู้มีการศึกษา ปราชญ์ บัณฑิต พระ สำคัญต้องฝึกสติ...เพื่อเห็นจิต ฝึกสมาธิก็เพื่อให้ได้สติ

๙.ตอน ดีๆ อายุน้อยๆ ร่างกายแข็งแรงและมีโอกาสรวมตลอดถึงยังไม่เจ็บหรือใกล้จะจบมักฟังธรรมไม่รู้ หรือเข้าใจทำให้สายไปเสียแล้ว.....น่าเสียดายที่สุดเพราะย้อนเวลาลงอดีตเป็น อนันต์ไม่ได้มีแต่เดินไปหน้าหรือไหลเลื่อนเป็นอนันต์จะเกิดเป็นมนุษย์อีกก็ แสนยากและได้พบพุทธเจ้าหรือคำสอนก็ชั่งแสนยากอีก แต่วันนี้เราพบแล้ว.......

๑๐.ใจมีคุณธรรมจะเบา โปร่ง เย็น ใจไร้คุณธรรมจะหนัก ร้อน เร้าร้อนดิ้นรนกระวนกระวาย พล่านไปหาเจ็บ...ดังไส้เดือนถูกหมดกิน

๑๑.มีสิ่งใดก็ทุกข์กับสิ่งนั้น จิตไม่อิสระ(ผูก)แต่เวลาชีวิตกำลังใกล้จะหมด

๑๒.ฝึกสติรู้ทันจิต เกิดฟุ้งซ่านหางานทำให้จิตเกาะ ทำหรือดูในสิ่งชอบ บอกตัวเองอยู่กับปัจจุบัน ถามใจตัวเองต้องการอะไร ใช้ปัญญาพิจารณาเหตุปัจจัย หรืออาบน้ำลุกเดินเปลี่ยนอิริยาบถ(เป้ารักษาจิต คนทำงานตลอดจิตจะสงบ ถ้าอยากฟุ้งซ่านทันที)

๑๓.ติดบัญญัติไม่เห็นวิมุติ แจ้งวิมุติหลุดบัญญัติ เราอยู่ ณ จุดๆหนึ่งบนเส้นทางอสงไขยหรือเวลาอนันต์ เกิดดับสืบต่อกันไปตามเหตุตามปัจจัยไหลเลื่อน ไม่สามารถย้อนเวลา มีแต่ไปหน้า ไม่หลง ไม่เมาภูมิภพดี

๑๔.อนิจจังคือ ไม่เที่ยง แปร เปลี่ยน เจ็บ แก่ชราแน่ๆ ทุกขังคือ ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ แตกดับ ตายแน่ๆ อนัตตาคือ ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนไหลเลื่อนไปตามกาลเวลาอนันต์ สูญโญ ผลรวมของการได้เท่ากับสูญ ทำมาเหนื่อยเปล่า กรรม....ถูกหลอก อาณาจักรน้อยใหญ่เหมือนกลุ่มแมงเมาเล่นไฟแล้วก็แตกสลายดับไป หายไป สิ้นไป หมดไป....

๑๕.จิตที่ปรุงแต่งใจที่นึกคิดไม่หยุด เหนื่อย ทำกรรมดีใจสบาย ผลก็ดี ไม่ได้อะไรไป ชีวิตเหนื่อยกับความคิด จิตวิญญาณเจ๊ง

๑๖.เข้าใจชีวิตจะรักทุกชีวิต เพราะชีวิตคือทุกข์ ร่างนี้อยู่ไม่นาน

๑๗.เราไม่พึ่งให้ชะตากรรม วันเวลา ฤดู เหตุการณ์ ความเจ็บ ความเสียหายหรือความสูญเสียหรือความทุกข์มาสั่งสอนหรือบอกหรืออบรมเรา...เจ็บแล้วต้องจำ ถ้าไม่จำชำจนตาย

๑๘.เมื่อสุขมากจะไม่อยากไม่จากโลก อายุมากต้องเตรียม อายุน้อยต้องเหนื่อย มนุษย์คู่กับทุกข์ สุขหลอกมาทุกข์

๑๙.ไหลเลื่อนไปตามเวลาอนันต์ แตกดับกันหมด สูญโญ

๒๐.ใจที่ปรุงแต่งนึกคิดตลอดเวลา หยุดไม่ได้ อันตราย...คิดดีใจเบา คิดร้ายใจร้อน

๒๑.มีทรัพย์แต่ไม่ได้ใช้หรือใช้ไม่ได้เหมือนทรัพย์นั้นถูกอายัด กรรม....มีแต่ตระหนี่,มีแต่เป็นโรค,มีแต่ไม่มีเวลา,มีแต่เวลาชีวิตจะหมด,มีแต่บริวารใช้หรือถ้าใช้ผู้อื่นจะรู้

๒๒.คน สัตว์ ต้นไม้ สิ่งของ เมือง อาณาจักรน้อยใหญ่หรือวัตถุธาตุใดๆ กำลังถูกไตรลักษณ์บดขยี้ให้หายไปจากโลก การได้ทั้งหมดคือสูญ

๒๓.เราถูกอุปโลกน์ขึ้นมาแล้วมาอาศัยโลกอยู่ไม่ได้เป็นเจ้าของโลกและไม่ได้เป็นเจ้าของร่างกายเพราะเราบังคับบัญชากาย ไม่ให้แก่ ไม่ให้เจ็บ ไม่ให้ตายไม่ได้ ไหลเลื่อนไปสู่ความแตกดับอีกไม่นานเราต่างไม่เห็นโลกใบนี้ชั่วนิรันดร เราอยู่กันคนละแวบ แวบ เมื่อเปรียบกับเวลาอนันัต์หรือสี่อสงไขยแสนกัป เมื่อภาวนาจะเริ่มตื่นแจ้งจิตจะผูกกับโลกน้อยลงๆ

๒๔.วัตถุธาตุใดๆต่างมีคุณสมบัติเฉพาะจะแสดงออกมาตามนั้น เช่น เกลือเค็ม น้ำตาลหวาน มนุษย์สัตว์ก็ต่างอุปนิสัยและความคิด เมื่อถูกกระทบยอมรับตามจริงหรือระลึกว่า เช่นนั้นเอง,ธรรมดา,เพื่อดับหรือข่มการนึกคิดปรุงแต่งจิต ถ้าดุเลี่ยงหรือรู้วิธี ถ้าดีเข้าหา ถ้าร้ายหนีได้หนีเมื่อติดต่อก็ต้องใช้ปัญญา พึ่งคบบัณฑิต

๒๕.อายุมากอยู่นานลำบาก ซ่อมร่างที่กำลังพังกินก็จำกัดและไม่เข้าหายใจจะเหนื่อยจิตซัดส่ายเร้าร้อน สัญญากรรมปรากฏหากทำกรรมไม่ดีไว้ สรุปอยู่นานไม่มันไม่สุข

๒๖.ไม่พึ่งติดใจโลกเพราะอยู่ไม่นาน รูปังอนัตตา(รูปไม่ใช่ตัวตนเพียงมีตัวขณะหนึ่งๆแล้วก็ดับ)

๒๗.เมื่อ หงุดหงิดคับแค้นใจ เคือง โกรธ(เสียพลังจิต) กำหนดรู้ว่าแต่ละคนมีความคิดความเห็นสติปัญญาเหตุปัจจัยความเป็นมาหรือ อุปนิสัยแตกต่างกันพฤติกรรมจึงแสดงออกเช่นนั้น ต้องอดทนให้สติปัญญาแต่ละคนพัฒนาไปหรือระลึกภาวนาว่า เช่นนั้นเองเพราะสติปัญญา,บัวๆ (บัวสี่เหล่า),ธรรมดา,โกรธเขาเราร้อน,เมตตา,ปล่อยไปหรืออุบายวิธีใดๆหรือ พิจารณาหาเหตุปัจจัยเพื่อหยุดกระแสความคิดหรือการปรุงแต่งของจิต(เป้าเพื่อ รักษาจิต)

๒๘.มองโลกเป็นโลกหากินยาวไม่จบต้องมองโลกเป็นไอติมเพราะรูปังอนิจจัง รูปังอนัตตา ไม่เที่ยง ไม่ใช่ตัว ไม่ใช่ตน เกิดดับมาหลายใบตามนัยเหตุปัจจะโย ยึดสิ่งใดสิ่งนั้นก็พัง เหนื่อยกับการรักษาติดสมมุติไม่เห็นวิมุติ

๒๙.ระหว่างผู้มีกิเลสมากน้อยจะเชื่อผู้ใดมากกว่ากันทั้งผู้นั้นกล่าวเพื่อการใด พึ่งเพ่งพิจารณามนุษย์ผู้มีกิเลสน้อยใหญ่แล้วจะได้ไม่เกิดภัยแก่เรา เลี่ยงได้เลี่ยง หนีได้หนี คิดว่าเป็นกรรมของวัฏฏะ

๓๐.ทุนนิยมกำลังฆ่าและสังหารหมู่มนุษย์และธรรมชาติ สนองให้ซะใจ เช่น จีนไม่เคยลิ้มวัตถุนิยมมลพิษจม เตรียมรับหายนะ....ทำร้ายจิตวิญญาณ(หนี้คือทุกข์)แล้วยังเอาร่างอีกแตกดับเร็วขึ้น กรรมมนุษย์โลก โลกแตกเพราะกิเลส

๓๑.เวลากำลังไล่เราออกจากโลกใบนี้การใดไม่เสร็จ รีบ การใดยังไม่ทำ ทำ การใดก่อผล เว้น.....

๓๒.เมื่อภาวนาหรือระลึกว่า ได้แค่โลง โกงทำไม จิตยั้ง จิตหยุด จิตละหรือผงะ

๓๓.ธรรมเป็นที่พึ่งแห่งจิตวิญญาณ ที่สุดทุกคนต้องมาช้าเร็ว

๓๔.สติต้องฝึกเพื่อเห็นจิต ทำสมาธิก็เพื่อเกิดสติ จนรู้เท่าทันจิตแล้วก็เพ่งพินิจพิจารณาบ่มมันไปเรื่อยๆหรือหาอุบายหรือธรรมาวุธน้อยใหญ่ดับทุกข์ที่กระทบจนแจ้งทุกข์ ทุกข์แต่ไม่ทุกข์มันดับเย็นได้นั้นเอง ที่สำคัญต้องมีศีล

๓๕.แจ้งโลกแล้วไม่เมา(หลง)พึ่งระวังผู้ที่เมาโลกจัดหรือมากหรือเกินไปเลี่ยงได้เลี่ยง หนีได้หนี ถ้าข้องต้องมีสติมั่นทั้งปัญญาเห็นโทษภัย

๓๖.ทำกรรมเช่นใดใจก็ปรุงแต่งเช่นนั้น ทำกรรมดีจิตเป็นกุศลใจเบา เย็น(สุข) ทำกรรมไม่ดีจิตเป็นอกุศล ใจหนัก ร้อน(ทุกข์)

๓๗.เพราะเห็นโทษเวรภัยหายนะจึงละ จึงวาง จึงว่าง.....จิตผูกับวัตถุสงบไม่ได้

๓๘.อยากแก้ยาก แม้เหนื่อยเจ็บบ่อยครั้ง...ต้องฝึกและมีธรรม

๓๙.ไม่มีอำนาจใดที่จะทำลายล้างบาปได้ เว้นแต่ศีลสมาธิปัญญา(ชำระกิเลส)

๔๐.ระหว่างบัญญัติ(สิ่งหรือกติกาที่มนุษย์กำหนดในยุคสมัยหนึ่ง)กับธรรม(คุณากร,ประโยชน์,บุญ,กุสลาธัมมา.........)ต่างกันต้องเลือกธรรม เราจะไม่เมาบัญญัติหลงคัมภีร์เชื่อพระเวท ติดสมมุติไปสู่วิมุติ

๔๑.เราถูกโลกสร้างขึ้นเมื่ออยู่นานเข้าใจว่าร่างเป็นของเราและโลกเป็นของเรา ทุกๆอย่างไม่ใช่ของเรา มีเวลา มีกำหนด มีอายุไข มีชะตา มีกรรม มีวิบาก มีเหตุปัจจัย เราไม่รู้เวลาที่จะไป......รู้แต่ว่าเหลือน้อยลงๆๆ

๔๒.เกิดมาเพื่อใช้ชีวิตเก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิตให้มากที่สุด แล้วก็วางมันทุกๆอย่างเมื่อถึงกำหนดเวลา ผลรวมของการได้เท่ากับสูญ อายุมากหาเบาๆ อายุน้อยๆหาไปเลยลูก

๔๓.แจ้งโลก ไม่โลภ หากินแล้วก็ตาย อยู่ก็ประชัน กรรม....

๔๔.การแก้วิตกกังวล คือ อย่าให้งานค้าง(จิตไม่โปร่ง)ทำให้สุดทาง ไม่มาให้ทวงถาม ซ่อมรบฝึกฝน ให้เคยชินกับเครื่องมือ ไม่รู้ถาม ศึกษาเพิ่ม วางแผนให้ชำนาญ พยากรณ์เห็นได้ ไม่นัดหมายผู้ใด คำนวณการให้ดี ไม่สร้างเหตุอกุศล ก่อเวรใดๆ มิฉะนั้นจิตจะเศร้าหมอง(เป้าเพื่อรักษาจิต และป้องกันจิต) อนึ่ง อายุมากไม่พึ่งผูกโลกมากจะมีกังวล

๔๕.เราเป็นชิ้นส่วนเล็กๆหรืออนุภาคของโลกที่ถูกอุปโลกห์ขึ้นมาแล้วก็ดับสิ้นไป ไม่พึ่งมั่นหมาย  ติด ข้อง ผูก........เป็นเพียงธรรม แวบๆๆๆ

๔๕.ยิ่งแสวงหามากเท่าใด เวลาชีวิตที่เหลือก็น้อยลงทุกที เรียกคืนก็ไม่ได้ เปลี่ยนมันใหม่ก็ไม่ได้ เราได้วัตถุแต่สูญเสียชีวิตและจิตวิญญาณ กว่าจะได้แทบตาย

๔๖.ชีวิตเป็นของเหลือน้อยไม่ได้ตั้งอยู่นาน รูปังอนิจจัง

๔๗.ถ้ามีหรือผูกเรื่องไว้มาก จิตก็ทำงานมาก เหนื่อย เครียส หดหู่ เศร้า พึ่งรักษาจิตด้วยธรรม

๔๘.ถ้าทำกรรมไม่ดีหรือไม่ประคองจิตมาทางกุศล จิตสงบไม่ได้ ให้คิดบวกก็เพียงข่มไว้ทับไว้ปัญหายังไม่ถูกแก้ใจก็ยังป่วนอยู่(จิตปรุง)

๔๙.เมื่อกระทบหรือเห็นแจ้งโทษภัย(เสื่อม ชำรุด พัง เจ๊ง)สักครั้ง สองครั้งหรือบ่อยๆจะทำให้ไม่ยึดมั่นกับสิ่งนั้น
 
          ๕๐.ภาย ใต้สังสารวัฏฏ์ที่ยาวไกลจนนับไม่ได้หรือเส้นทางอนันต์ ทรัพย์สมบัติบริวารเป็นเพียงบ่อน้ำที่เราได้เสพอิ่มมันแวบหนึ่งแล้วจำต้อง เดินต่อออกจากโลกใบนี้อย่างไม่หวนคืนกลับกับเวลาที่เหลือชั่งมีน้อย(๕ ปี ๑๐ ปี ๒๐ ปี) หากอยู่นานกว่านี้จะเหนื่อยกับร่าง เราไม่พึ่งมั่นหมายเพียงหากินหาใช้ถ้าเก็บจะไม่ได้ใช้ มีเงินแต่กินไม่ได้ หมอห้ามไว้........หูตาไม่ดีไม่เห็น ใจก็ไม่ดี หากสัญญากรรมที่ทำไว้ไม่ดีมันปรุงแต่งจิตหลอน

          ๕๑.ถ้าติดวัตถุมากไป เราจะถูกความทุกข์ฆ่าหรือทำให้เศร้า

          ๕๒.เห็นเจอก็เห็นจาก เห็นได้ก็เห็นสูญเสีย เห็นเกิดก็เห็นดับ เราต้องพลัดพรากจากทุกสิ่ง เราไม่รู้จริงๆ ว่าเขาให้เวลาชีวิตมาเท่าใด

          ๕๓.ทุกข์เกิดจากสิ่งใด พึ่งเว้นจากสิ่งนั้นเสีย เสียแล้วเสียอีกเจ็บเป็นปัญญาย่อยๆ ป้ญญาต้องสะสม บุญกุศลต้องสร้าง บาปและเวรต้องละ มารทั้งหลายมีดีว่าตามเหตุตามปัจจัย

          ๕๓.วัตถุทำให้เราจมและดับไปกับโลก เผ่าพันธุ์มนุษย์สัตว์ก็เป็นเพียงเมฆหมอกหรือปรากฏการณ์ตามธรรมชาติที่เกิด ดับสืบต่อกันเช่นเดียวกับการเกิดดับแห่งดวงดาวและจักรวาลน้อยใหญ่ เวลาอนันต์ ไม่พึ่งมั่นหมายเพราะมันกำลังไหลเลื่อนไปเรื่อยๆ อดีตในโลกนี้ไม่มี

          ๕๔.การก่อเหตุใดๆให้มีผลผูกพันหรือภาระต่อวันข้างหน้ามากไปอันตรายและเสี่ยงเพราะชีวิตเป็นของไม่เที่ยง เราไม่รู้ว่าวันหนึ่งๆจะเกิดอะไรขึ้น มนุษย์สัตว์ต่างมชะตา มันเป็นห่วงๆ...จิตเจ็บเศร้าหมอง...ไม่ดี......

          ๕๕.รวยคงรวยไม่กี่วัน สุขคงสุขไม่กี่วัน มีเกียรติคงมีไม่กี่วันเพราะเราแก่แล้ว เวลาเหลือน้อยแล้ว ไปต่อไม่ได้แล้ว ลุกที่ขาสั่น ขันธุ์ ๕ หนักโดยเฉพาะใจที่ปรุงแต่งมั่นหมายฟุ่งซ่านหงุดหงิดคับแค้นวิตกหดหู่เศร้าหมองขัดเคือง เหนื่อยกับความคิด ไม่เที่ยง เช่นนั้นเอง

          ๕๖.มีมากต้องรักษา มีปัญหาเวลาไป.......มัมมี่.......

          ๕๗.เราต้องเดินต่ออีกหลายอสงไขย...พึ่งมีธรรมติดไป...

          ๕๘.มัจจุราชนาย เรา เขาเอาเราแน่ ช้าเร็วเมื่อใดเราไม่รู้ หากินน้อยๆดีกว่า

          ๕๙.เราไม่รู้ว่าเขาให้เวลาชีวิตเรามาเท่าใด มนุษย์สัตว์ต่างมีชะตา พื้นเพ และวาสนา

          ๖๐.เราไม่สามารถบังคับบัญชาตัวเราและสิ่งนอกตัวเรา (คน สัตว์ ต้นไม้ วัตถุธาตุใดๆ) ไม่ให้แปรเปลี่ยน ไม่ให้แก่ ไม่ให้เจ็บ ไม่ให้รถเสีย บ้านเก่า เมียแก่ไม่ได้ มีแต่ไหลไปสู่ความแตกดับทั้งนั้น แม้คนจะว่าเราดีหรือเลวก็หาได้เป็นไปตามปากไม่ ผู้ว่าชั่งไม่รู้และก็โทษผู้ว่านั้นก็ไม่ได้เพราะเขาไม่รู้แต่กลับต้องเมตตาผู้ว่านั้น และผู้ว่านั้นก็เหนื่อยจิตเองแล้วเพราะมีโกธะ เคืองหรือโกรธ...ชั่งน่าสงสารผู้ว่านั้น

          ๖๑.ถ้าเราติดวัตถุมากไป เราจะถูกความทุกข์ฆ่าหรือทำให้เศร้า

          ๖๒.ทำกรรมไม่ดี สัญญากรรมปรากฏ มันหลอน จิตปรุงแต่งนึกคิดดังองคุลีมาร...หนีกรรมไม่พ้น...

          ๖๓.เมื่อเจริญภาวนาจะมีสุคติเป็นที่หมาย เจริญกุศลไปเรื่อยๆ(กรรมขาว).....ไม่ใช่ตัว ไม่ใช่ตน แต่มีตัวหรือมีตนขณะหนึ่งๆ ไหลเลื่อนไปตามเวลาอนันต์หรืออสงไขยย้อนกลับไม่ได้ อยู่กันคนละแวบๆๆ เกิดดับเกิดดับ.........เปลี่ยนร่างไปเรื่อยๆจนเข้ากระแสอริยะหรือสวิงเข้ามาต้องทุกข์ให้จัดๆ หนักๆ เต็มๆ หันเข้าหาธรรม

          ๖๔.เมื่อสุขมากจะไม่อยากตาย ฉะนั้น ไม่พึ่งยินดีในสุข หรือยินดียินร้ายในโลกทั้งสอง(สุขทุกข์)

          ๖๕.ตายกลางอากาศ หมายถึง การแตกดับที่เกิดขึ้นขณะที่จิตหลง จม ผูก ข้อง ติด เมา งมงาย บ้าอยู่กับโลกหรือสิ่งสมมุติหรือสมมุติบัญญัติที่ยินดีพอใจ(กรุงโรม สมมติทั้งชื่อและรูปร่าง เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ แม้ยังไม่ลู่เข้าเวลาอนันต์ก็เกลี้ยงเป็นอนัตตาแล้ว ธรรมทั้งหลายทั้งปวงเป็นอนัตตา) หรือติดในลาภ ยศ สรรเสริญ หรือวัตถุที่ทำให้สุขจัดหรือสุขต่อเนื่องจนตายโดยไม่เห็นแจ้งธรรมหรือไม่ เห็นชัดว่าสิ่งต่างๆตกอยู่ในพระไตรลักษณ์ 

          ๖๖.ถ้าไม่ระลึกหรือภาวนาถึงความตายก็ไปเรื่อยๆ ไปยาว ไม่มีที่ท่าจะหยุด จะเบา จะจบ แต่จบ..

          ๖๗.รวยแต่แก่ รวยแต่มีโรค รวยแต่ทุกข์ใจ รวยแต่ถูกปองร้าย รวยแต่มีศัตรู รวยแต่มีเวร รวยแต่ไม่มีคนจริงใจ รวยแต่ถูกหลอก รวยแก่เป็นเหยื่อ รวยแต่....... รวยแต่...... รวยทำไม.....

          ๖๘.เราจะไม่ให้วัตถุมาทำร้ายจิตวิญญาณมาปิดหูปิดตาจนมองไม่เห็นความจริงอีกฟากหนึ่ง คิดแนวโลกเจ็บกับเจ็บ คิดแนวธรรมเจ็บกายบ้างแต่ใจไม่ทุกข์หรือทุกข์ดับเพราะดับเย็นเป็น ช้าเร็วอยู่ที่อินทรีย์อ่อนแก่

          ๖๙.ชีวิตส่วนตัวไม่กี่ปี ชีวิตส่วนร่วมถึงพันปี เอาและเป็นแต่น้อยๆ บ้านเมืองก็เรียบร้อย ทรัพยากรก็เหลือใช้

          ๗๐.เวลา โรค ภัย สังขาร กรรม และวิบากกรรมร่วมกันขับไล่เราออกจากโลกใบนี้ทุกขณะๆๆ การใดไม่เสร็จ รีบ การใดยังไม่ทำ ทำ รีบๆ

          ๗๑.เวลากำลังไล่เราออกจากโลกใบนี้ การใดไม่เสร็จ รีบ การใดยังไม่ทำ ทำ การใดก่อผลผูกพัน เว้น...

          ๗๒.ยึดสิ่งใด สิ่งนั้นก็สูญ ยึดตัวเรา ตัวเราก็สูญ ยึดเมือง ยึดบ้าน ยึดรถ ยึดใดๆ สิ่งนั้นๆก็สูญหมด รีบใช้เพราะจะหมดเวลาใช้ ใจผูก(ติด ข้อง)สงบไม่ลง......ไม่มีและไม่ได้เป็นตัวเป็นตนขณะหนึ่งๆ

          ๗๓.สุขทุกข์อยู่ที่เราทำกรรม ทำกรรมดีใจก็สบาย ทำกรรมไม่ดีใจก็เศร้าหมอง มนุษย์มีอินทรีย์อ่อนแก่ต่างกันจึงต้องบ่ม บ่ม บ่อไปเรื่อยๆ

          ๗๔.ทำกรรมไม่ดี คิดบวกได้ไม่นาน เพียงข่มจิตไว้เท่านั้น

          ๗๕.เราได้ใช้ไม่กี่เพลาหรือได้ลูบๆ คลำๆแล้วก็ไป...แต่กว่าจะได้มาแทบตาย

          ๗๖.อายุคือทรัพย์ อายุหมดทรัพย์ก็หมด แม้ไม่หมดใจก็ผูกอยู่ จิตไม่สงบ จบไม่ลง ทรัพย์ที่แท้จริงคือมรรคผลนิพพาน 

          ๗๗.ก่อนได้มาก็ทุกข์ ได้มาแล้วก็ทุกข์ พอจากไปก็ทุกข์ เมื่อดับรับกรรมต่อ(มีสิ่งใดก็ต้องรักษามีต้นทุนเจ็บหน่อย)

          ๗๘.หลงกายที่ไม่เที่ยง หลงไปทำไม กายนี้ดูสมบูรณ์แต่ภายในอวัยวะเริ่มเสื่อมเริ่มพังแปรปรวนตลอดเวลา เพียงแต่ไม่แสดงอาการ ที่สำคัญเตรียมไม่ทัน ไม่พึ่งสร้างเหตุในวันนี้ให้มีผลต่อวันข้างหน้า ผูกมากเจ็บมาก จิตเศร้าหมอง หาให้ตายก็ไม่ได้ไปมีแต่เจ็บกับเจ็บและตายลง แต่บาปกรรมที่ทำมาไม่ดีรับผลไปเต็มๆ ไม่คุ้ม..

          ๗๙.ร่างนี้อยู่ไม่นาน ธาตุทั้งสี่จงเจริญ

          ๘๐.เริ่มมีอายุก็เริ่มมีทรัพย์ เห็นคนแก่นั่งยิ้ม ปีติกับทรัพย์แต่แล้วก็จากทรัพย์นั้นไป สรุป หาทรัพย์แล้วมาตาย หามากทำไม เห็นเด็กผ่อนบ้าน ๓๐ ปี เหนื่อยแทบตายแล้วมาตาย ชีวิตตกคำนวณ

          ๘๑.ถ้าอายุราชการเกษียณ ๗๐ ปี บ้างออกมาปีสองปีตาย ชีวิตแบบนี้เจ๊ง..จะไม่เห็นพระสัทธรรม

          ๘๒.เราไม่ฝันไปไกลและไม่ต้องไปให้ถึงเพราะเวลาชีวิตที่ใช้จะหมดลงแล้วถึงได้มากหรือได้ดังฝันก็สุขไม่เท่าใด ถึงจะเป็นเจ้าของก็เป็นได้ไม่กี่ปี แตกว่าจะได้มาเหนื่อยไม่รู้เท่าใด เวลาหมดทรัพย์หมด

          ๘๓.เมื่อรู้ว่าความตายกำลังเข้าใกล้หรือใกล้จะถึงเครื่องที่เร่งอยู่ผ่อนลง เริ่มมีสติ เริ่มเห็น เริ่มแจ้ง(ระลึกบ่อยๆ)เริ่มหายมึน เริ่มหายงง ความโกรธ ความพยาบาท ความแค้น ความทะยาน การบินสูงเริ่มปรับระดับ เริ่มเบา เริ่มเย็น เริ่มหายเมา เริ่มหายหลง เริ่มหายอยาก เริ่มออก เริ่มละ เริ่มวาง เริ่มสงบ เริ่มว่าง....สรุปเริ่มอะไรอะไรดีดี..ขึ้นมา ความตายเป็นยาขนานเอก รักษาใจได้ทุกโรค เจ๋งจริงๆ เจ๋งมากจริงๆๆ

          ๘๔.การบอกหรือแจ้งธรรมหรือประกาศหรือชี้ให้เห็นถึงความตายเป็นการชี้หรือเปิดขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์

          ๘๕.ยุ่งกับโลกต้องเจ็บเป็นธรรมดา ยุ่งกับธรรมสบาย ตายก็สบายแต่มีปัญหาจะมาหรือเข้ามาหรือโน้มมาอย่างไร

          ๘๖.เชื่อธรรม(ละชั่ว ทำดี จิตบริสุทธิ์),ฟังประเทศ(ปฎิบัติตามกติกา ระเบียบกฎหมาย),เคารพอาวุโส(รู้เล็กใหญ่อ่อนน้อม),บูชาอริยะ(บุรุษสี่คู่),คารวะผู้ใหญ่เพื่อเมตตา รัก เอ็นดู สังคมก็งาม สงบ เย็น เบา นิ่ง ที่สำคัญต้องรักษาร่างนี้ให้ถึงที่สุด แตกแล้วแตกแล้ว ดับแล้วดับเลย หายแวบ ย้อนเวลาไม่ได้ เดินหน้า...หายหมด...ที่ได้มาทั้งหมด ทิ้งหมด หมด หมดๆ

          ๘๗.ธรรมจริงเป็นของวิเศษ เย็น เบา สงบ เช่น เมตตา ธรรมแท้ๆ ต้องละกิเลส เช่น ระลึกหรือภาวนาไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา หรือความดับบ่อยๆ  หรือมรณะสติ อนึ่ง มีวัตถุทรัพย์สินมากจิตสงบนั้นหาใช่ไม่....ไม่เที่ยง....

          ๘๘.เราบังคับบัญชาร่างไม่ให้แก่เจ็บตายไม่ได้ บังคับบัญชาสิ่งนอกตัวเราให้เป็นไปตามใจปรารถนาก็ไม่ได้ เราอาจคุมได้ขณะหนึ่งๆเพียงนั้น สวยก็ไม่นาน รวยก็ไม่นาน เก๋งก็ไม่นาน.....ได้.....ไม่พึ่งมั่นหมาย สรรพสิ่งทั้งปวงไหลเลื่อนไปตามกาลเวลาอนันต์หรืออสงไขยแตกพังดับหมด

          ๘๙.เมื่อสำเร็จความโกรธแล้ว จิตย่อมเศร้าหมองพึ่งชำระความโกรธด้วยปัญญาเห็นทุกข์โทษภัยแจ้งเหตุปัจจัยในสิ่งที่เกิดเช่นว่านั้น หรือใช้เมตตาเป็นอุบายวิธีเห็นสัตว์ต่างกันที่ภูมิจิตภูมิธรรม หรือมีสติปัญญาหรืออุปนิสัย หรือคุณสมบัติหรือต่างดิ้นรนแสวงหามีทุกข์ ดับเย็นให้แก่จิตดวงนี้(โกรธเขาเราร้อน) เรามารวมหรือร่วมกันแวบเดียวแล้วก็จาก เมตตาได้ก็เมตตา อภัยได้ก็อภัย ไม่ฆ่า ไม่ทำร้ายก็ตายหรือไม่ก็เจ็บเอง

          ๙๐.ทุกอย่างไม่ใช่ของเรา เป็นของเราเพียงชั่วขณะที่กำลังแปร เปลี่ยน สลาย หายไปดังไอติม(ละลายไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนแต่มีตัวขณะหนึ่งๆ) ไม่ควรยึด ได้มาเดี๋ยวก็พัง เดี๋ยวก็ซ่อม เดี๋ยวก็บำรุง เดี๋ยวก็จาก มนุษย์มีเวลาน้อย มีอะไรๆก็เจ็บต้องใช้ตังใช้เงิน  สุขมากก็ไม่อยากตาย แต่ก็ต้องตาย

          ๙๑.เราไม่รู้ว่าเขาให้เวลาชีวิตเรามาเท่าใด มนุษย์สัตว์ต่างมีชะตา มีพื้นเพ และวาสนา ไม่พึ่งมั่นหมาย สุดท้ายหายหมด หมด

          ๙๒.เรื่องเยอะจิตก็ทำงานเยอะ เรื่องเดียวก็เยอะ เช่นมีโรคทางกาย ใจผูกอยู่กับบุตร ภรรยาสามี งาน กิจการ ทรัพย์ที่ราคาเกินกำลัง จิตผูกกับวัตถุใจสงบไม่ได้ อย่ามีเยอะเจ็บนะ วันนี้เดือนนี้ปีนี้ไม่เจ็บ เจ็บ บางครั้งบางอย่างเจ็บหนักมาก

          ๙๓.หากินมาก หากินนาน หากินแล้วหากินอีก หากินไม่หยุด หากินสุดๆ สุดที่จะหากิน สุดท้ายฆ่าเวลาชีวิต ชีวิตหมด ทรัพย์หมด หมดไปกับการหากิน จิตผูกจมไม่เห็นพระสัทธรรม กิเลสหาได้ชำระเสร็จสิ้นเพียงวันเดียวไม่...ท่องภูมิภพต่อ...เกิดยาก อยู่มีชีวิตก็ยาก พบธรรม ฟังธรรม เห็นธรรมก็ยาก...ร่างนี้ตั้งอยู่ไม่นาน

          ๙๔.เวลาชีวิตใช้ไปสิ้นไป หมดไป หายไป เปลี่ยนมันใหม่ก็ไม่ได้ ย้อนมันใหม่ก็ไม่ได้ เวลาหมด หมด หมดทั้งหมด...สูญโญ....

          ๙๔.เวลาชีวิตที่เหลือน้อย เทียนไขที่กำลังจะดับ หรือโรคภัยที่เป็นอยู่อาจบอกความจริงแก่เราหรือพาเราไปพบสัจแห่งชีวิต...สิ่งที่ได้มาทั้งหมดกำลังจะเท่ากับสูญ เราเกิดมาเพื่อเดินออกจากโลก เมื่ออยู่นานเข้าใจว่าทุกสิ่งเที่ยง แต่ความจริงมันกำลังไหลเลื่อนไปตามกาลเวลาอนันต์ ไม่ย้อนกลับ เมื่อระลึกบ่อยๆ จะตกใจ ใจหาย 

          ๙๕.เราอายุมากแล้ว เรียนและฝึกฝน(วิชาการทางโลก)จบก็ตายลงพอดี ฝึกสติดีกว่าเพื่อเห็นจิตเห็นธรรม

          ๙๖.อยู่กับคนโลภต้องระวัง อยู่กับคนโกรธต้องไม่ขัดใจ อยู่กับคนหลงต้องระวังยิ่งยวด อยู่กับผู้มีศีลไม่ต้องระวัง อยู่กับผู้มีธรรมทำตามสบาย สรุปอยู่กับคนต้องระวังเพราะมีกิเลสมากน้อยคุมไม่ได้อันตรายทั้งตนเองและผู้อื่น

          ๙๗.ดูคนหรือวัดคนต้องดูที่ระดับทาน ศีล ภาวนา หรือศีล สมาธิ ปัญญา ปัญญาทางโลกใช้หากิน ถ้ามีมิจฉาหายนะอย่างเดียว คน สังคม ประเทศเจ๊ง เอาแค่มีเหตุผลเคารพกติกาก็พอหรือมีวินัย...ไม่ต้องถึงขั้นศีลก็ได้....

          ๙๘.คัดต้องดูอุปนิสัย โง่สอนได้ ดื้อปล่อยให้ตาย ท้าทายให้ฟ้าดินลงโทษ ขยัน ซื่อสัตย์ ภักดี ตะแบ๊(อ่อนน้อมมีเชื่อธรรม) แต่ถ้าหาคนเป็นใหญ่ต้องเน้นคุณธรรมและเจ็บมานาน รู้ค่อนข้างชัดหรืออาจแจ้ง หัวดี ขึ้โกง ขี้เกียจ พูดเก่ง เบียดเบียน เจ๊งกับเจ๊ง เจ๊งแน่ๆ

          ๙๙.บอกคนชราหลายคนแล้ว ว่าให้ทิ้งโลก ให้ทิ้งโลก ให้ทิ้งโลกเสีย เวลาหมดละครจบ ต้องจบ จบเองดีกว่าเพราะจิตไม่ถูกบังคับเมื่อดับสบายๆ ยิ้ม.... ถ้าเราอายุ ๙๐ ปี เราจะไปยืนหน้าโลงทุกๆวัน เพื่อ........๕๐ ปี เริ่มละ,๖๐ ปี(เริ่มวาง) เตรียม,๗๐ ปี พร้อม(เริ่มว่าง),๘๐ ปี ไป(เริ่มหลุด) ร่างนี้เป็นรังของโรค รูปังอนิจจัง รูปังอนัตตา รูปไม่เที่ยง รูปไม่ใช่ตัวตน(เพียงมีตัวขณะหนึ่งๆแล้วก็ดับลง เปลี่ยนร่างกันไปเรื่อยๆ)

          ๑๐๐.รู้จริงไม่จำ รู้จำไม่จริง รู้ชัดต้องเจ็บ รู้แจ้งต้องภาวนา รู้แล้วไม่ติดคือวิมุติ ปัญญาต้องสะสมฝึกฝน อบรม เพ่ง พิจารณา สัญญาไม่ใช่ปัญญา ติดสัญญา ปัญญาไม่เกิดถูกหลอกไม่เห็นวิมุติ(ปัญญาวิมุติ)

          ๑๐๑.เมื่อเราเห็นความตายรออยู่ข้างหน้า ความอยาก ความหวังมันก็เบาลง ใจเราก็สงบ ไม่เร้าร้อนกระวนกระวาย หดหู่คับแค้นเศร้าหมอง ทุกข์ใจคลายดับลง

          ๑๐๒.เราถูกย้อมมานานไม่รู้กี่ภพชาติ เราถูกย้อมตั้งแต่แรกเกิดยันตาย เราตายแล้วเกิดก็ถูกย้อมวนเวียนอีก เราถูกย้อมไปเลยๆ(สังสารวัฎฎ์) แล้วเราจะเดินออกได้อย่างไร เปิดโลกแห่งมรรคา เห็นแจ้งไม่ใช่ตัว ไม่ใช่ตน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล เรา เขา เป็นเพียงธรรมเกิดดับสืบต่อเนื่องกันไปตามเหตุปัจจัยเป็นอสงไขย บางชุมชนถูกวิถีประเพณีย้อม บางชุมชนถูกลัทธิศาสนาย้อม บางชุมชนถูกผู้นำย่อม บางชุมชนถูกวัตถุนิยมย้อม บางชุมชนถูกสภาวะเหตุปัจจัยย้อม แต่ที่สำคัญเราถูกกิเลสย้อม....ย้อมจนไม่เห็นความจริง(ปรมัตธรรม) เมื่อติตสมมุติไปสู่วิมุติหาได้ไม่...ร่างนี้ตั้งอยู่ไม่นาน...

          ๑๐๓.ความซื่อสัตย์ ความจริงกำลังขวางโลกใบนี้...ธรรมดาๆ แห่งชีวิตดิ้นรนกันไป แสวงหากันไป แบกกันไปแล้วก็มาแตกดับลง

          ๑๐๔.ไม่อยากเหนื่อยจิตก็ต้องทำกรรมดีไม่ก่อเวร ไม่สร้างเวร ไม่จองเวร ไม่มีเวร เลี่ยงได้เลี่ยง หนีได้ก็หนี ถ้าต้องติดต่อหรือคลุกก็ให้ใช้ปัญญา สัตว์มีอุปนิสัยต่างกันทั้งสติปัญญาและภูมิจิตภูมิธรรม...มนุษย์อายุไม่ยืน

          ๑๐๕.มองคน มององค์กร มองวัตถุธาตุใดหรือชุดการกระทำใดให้มองให้ครบกระบวนการหรือครบวงจร มองตอนเดียว ฉากเดียว เซี้ยวเดียวหรือเฉพะชุดการกระทำจะวินิจฉัยเคลื่อนผิด

          ๑๐๖.ประคองหรือรักษาหรือต้านหรือหาอุบายหรือดับหรือประหารมิให้จิตไหลหรือ ปรุงแต่งไปในทางอกุศล...ดูจิตเพื่อรักษาและชำระอกุศลที่เกิด ที่สำคัญต้องฝึกสิต คิดดี ใจสบายเย็น(สุข) คิดร้าย ใจร้อน(ทุกข์)

          ๑๐๗.เวลากำลังไล่เราออกจากโลกใบนี้ อายุที่เหลือมีน้อย ได้เพิ่มก็สุขไม่มาก

          ๑๐๘.เมื่อหลงอยู่ในป่า เมื่อหลงอยู่ในโลก เมื่อได้สติจิตตั้งลำ(มีสมาธิมีศีล)ก็เริ่มตื่น เริ่มเห็นก็ตกใจ เอ๊ะ ๔๐ ปี ๕๐ ปี ๖๐ ปี เราไปอยู่ที่ไหนมา ทำไมไม่มาเห็น พอเราเริ่มกำหนดรู้ได้ เราได้ล่วงอะไรมาไม่น้อย เราทำบาป สร้างกรรมมาไม่ใช่น้อย บางพอรู้ตัวก็หมดเวลาเสียแล้ว...

          ๑๐๙.เราจะเดินไปที่ไหนก็ตามแต่ ที่สุดเราก็เดินเข้ากองไฟ เราจะได้สิ่งใดมาก็ตามแต่ ที่สุดเราก็จากมันไปหรือไม่มันก็จากเราไป เพียงแค่ได้ดื่มอาบเคี้ยวกินใช้สอยบำบัดน่าจะพอ การกั๊ก กัก เก็บ กอบ โกย โกง โก้ โก๋ แอนด์กิ๊ก อันตรายต่อระบบสังคมและระบบนิเวศน์ หรือชีวิตและโลก

          ๑๑๐.เมื่อระลึกหรือภาวนาว่า ได้แค่โลง โกงทำไมจิตยั้ง จิตหยุด จิตละหรือผงะ

          ๑๑๑.ใจเราบริสุทธิ์ เราบริสุทธิ์ใจ ใจเราก็สบาย ความสุขไม่ได้อยู่ที่วัตถุเป็นแต่บำบัดกายไปชาติหนึ่งภพหนึ่งที่มีอายุไข ดวงจิตนี้ยังต้องท่องเที่ยวอีกยาวไกล ได้พบพระสัทธรรมก็เป็นบุญที่สุดแล้ว.....โน้มเข้ามา.......

          ๑๑๒.ธรรมไม่ใช่ความเชื่อแต่เป็นความจริงตามธรรมชาติ เราอยู่กับสมมุติมานานจนเข้าใจว่าเที่ยงเป็นอยู่อย่างนั้นไม่ดับไม่สูญ อยู่กันคนละแวบๆทุกชีวิตอยู่รอดๆกันไปไม่พึ่งคิดการใหญ่กำหนดนี้นั้นโน้น ให้เป็นไปตามเหตุปัจจัยตามวิวัฒนาการ ออกแบบสังคมตามความเป็นจริงแล้วจะอยู่รอด ที่สำคัญอย่าทิ้งธรรม...เหตุผล กติกาค้ำจุนโลกไม่ได้ ต้องเมตตาสถานเดียว....

          ๑๑๓.ไม่ใช่ตัว ไม่ใช่ตนแต่เป็นตัวเป็นตนเป็นเราเป็นเขาเป็นสัตว์โดยไม่สภาพไม่เที่ยง ตั้งอยู่ไม่นาน เวลาที่เหลือมีน้อยทุกคน(มนุษย์อายุไม่ยืน) ได้สิ่งใดมาทิ้งหมด อายุมากหากินเบาๆ ถ้าอายุน้อยๆหากินหนักๆ

          ๑๑๔.บ้างวัดดวงว่านรกหรือบาปไม่มีจริง....หลายสิ่งที่ไม่เห็น หลายอย่างที่ไม่รู้ รู้วันหรือได้ยินวันนี้ใช่จะเข้าใจใช่จะรู้หรือแจ้งชัดวันนี้ บ้างเป็นปีๆ หลายๆปี หลายสิบปีหรือภพต่อๆไป บ้างอายุมากขึ้นก็เข้าใจ บ้างเจ็บหนักก็เข้าใจเพราะถูกกระทบและเจ็บหนักหรือเจ็บนาน ธรรมไม่ใช่ความแต่เป็นความจริงตามธรรมชาติ

          ๑๑๕.ทุกชีวิตมีความพลัดพรากเป็นที่สุด สิ่งทั้งหลายมีความแตกและดับ ไหลเลื่อนไปตามเวลาอนันต์ที่ย้อนกลับไม่ได้ วันนี้ครอบครัวมีความรักความความเข้าใจกันหรือยัง ก่อนที่จะจากไป มนุษย์เห็นกันไม่นาน เมตตาได้ก็เมตตา ไม่ฆ่าเขาก็ตายอยู่ก็ทุกข์ อายุมากต้องเตรียม อายุน้อยต้องเหนื่อย...กรรม...

          ๑๑๖.ภพนี้ตั้งอยู่ในธรรม ภพต่อๆไปสบายๆ เมื่อแตกดับจะไม่เป็นผีร้องไห้ การมองอนาคต ๖๐ ปี ๗๐ ปี เป็นเพียงแวบต้องมองเป็นอสงไขยหรือเวลาอนันต์เราสั้นเราก็คิดสั้นๆ พระพุทธเจ้าทรงมองไกลเป็นอนันต์ไม่พึ่งวัดดวงว่านรกหรือบาปไม่มีจริง...

          ๑๑๗.ฟังธรรมให้รู้ ภาวนาให้เห็น เห็นไตรลักษณ์ เห็นจิตกุศลหรืออกุศล เป็นบุญหรือเป็นบาปที่จรเข้ามาเมื่อเห็นแล้วก็ชำระอบรมจิต กำหนัดรีบกำหนด ถ้าไม่กำหนดก็มีแต่กำหนัด

          ๑๑๘.จิตที่ปรุงแต่ง ใจที่นึกคิดไม่หยุดเหนื่อยนะ ทำ
กรรมดีใจสบาย ผลก็ดี ไม่ได้อะไร ชีวิตเหนื่อยกับความคิด จิตวิญญาณ เจ๊ง เศร้าหมอง ไม่พึ่งแตกดับในขณะนั้น เช่น คนที่ฆ่าตัวตายจิตก่อนตายเศร้าหมอง

          ๑๑๙.เราไม่พึ่งให้ชะตากรรม วันเวลา ฤดูกาล เหตุการณ์ ความเจ็บ ความเสียหาย ความสูญเสียหรือความทุกข์มาสั่งสอนหรือบอกหรืออบรมเราสอนเรา...เจ็บแล้วต้องจำถ้าไม่จำช้ำจนตาย

          ๑๒๐.เมื่อสุขมากจะไม่อยากไปจากโลก อายุมากต้องเตรียม อายุน้อยต้องเหนื่อย มนุษย์คู่กับทุกข์ สุขหลอกมาทุกข์

          ๑๒๑.คนตายเพราะความคิดมีมาก คนบ้าสติไม่ดีเพราะความคิดก็มาก คนประสาทเพราะความคิดก็มาก คนเครียสเพราะความคิดก็มากๆ คนเศร้าหมองเพราะความคิดก็มากๆ คนมีแล้วมาจน คนดีแล้วมาบ้าก็เพราะความคิด...ธรรมพระพุทธเจ้าช่วยได้...ฝึกสติเพื่อเห็นจิตเพื่อดับเย็นให้แก่จิตดวงนี้ คิดนานเป็นทุกข์ สงสัยก็เป็นทุกข์ไม่รู้ก็เป็นทุกข์เข้าใจไม่ตลอดก็ทุกข์ มนุษย์คู่กับทุกข์

          ๑๒๒.มีทรัพย์แต่ไม่ได้ใช้หรือใช้ไม่ได้เหมือนทรัพย์นั้นถูกอายัด กรรม..มีแต่ตระหนี่ มีแต่มีโรค มีแต่ไม่มีเวลา มีแต่เวลาชีวิตจะหมด มีแต่บริวารใช้หรือถ้าใช้ผู้อื่นรู้ มีมาหามาเหนื่อยนะ

          ๑๒๓.คน สัตว์ สิ่งของ ต้นไม้ เมือง อาณาจักรน้อยใหญ่หรือวัตถุธาตุใดๆ กำลังถูกไตรลักษณ์บดขยี้ให้หายไปจากโลก การได้มาทั้งหมดเท่ากับสูญ
                  
โดย พันตำรวจโทสุรเดช ผะอบทิพย์
                                      


บทความที่ได้รับความนิยม