วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

สมาธิเคลื่อนที่กับข้อคิดข้อธรรม ๑๔



  สมาธิเคลื่อนที่กับข้อคิดข้อธรรม ๑๔

๑.ตราบใดที่ใจเรายังไม่สะอาด ก็ยังไม่พบสุขที่แท้จริง ได้แต่หัวเราะหรือสุขแวบไปวันหนึ่งๆ

๒.รู้กายรู้จิตรู้ชีวิตรู้ธรรม เมื่อไม่รู้กายก็ไม่รู้จิตไม่รู้ชีวิตและธรรม

๓.จิตที่บริสุทธิ์คือที่พึ่งที่แท้จริง ต้องฝึกพัฒนาจิตให้มีเมตตาปัญญา

๔.อายุ ๖๐ ปี ๗๐ ปี ยังโง่ทำบาปเป็นหายนะแห่งภพ

๕.บุญสำเร็จด้วยใจ เห็นเขาทำดีก็ดีใจ เห็นเขาทำไม่ดีจะติว่าก็ไม่ได้ เพราะเขาเองก็ไม่รู้ต้องอภัยใจเราก็ไม่ร้อน

๖.ทำอะไรมีอะไรเป็นอะไร ถ้าไม่คำนวณไม่ประมวลประมาณประเมินก็เจ็บหรือตายทั้งเป็น  ตกคำนวณชีวิตตก (วัย เวลา สังขาร ดับ)

๗.เจ็บตรงนั้นแล้วมาเจ็บตรงนี้ เจ็บตรงนี้แล้วมาเจ็บตรงนั้น(ซ้ำๆ) คนเห็นทุกข์เห็นธรรมะใจก็เริ่มละ

๘.ไม่เพ่งพินิจ ก็ขาดศรัทธาในธรรมคำสอน จึงไม่เห็นความจริง หยุดหลงก็หยุดปรุงแต่ง ดับหมด

๙.ใจรู้จึงละ  ใจละจึงอิสระ  ใจอิสระจึงว่าง  ใจว่างจึงหลุดพ้น แต่กว่าจะรู้เจ็บมานาน บ่มมานาน เด็กๆร้องตายร้องยาวๆ

๑๐.พันล้าน เพชรเต็มมือ ขึ้นไปถึงยอดทุกข์ดับแล้วใช่ไหม

๑๑.หามาก็ทุกข์ ได้แล้วก็มารักษา พอจากไปก็ทุกข์ มีเท่าที่จำเป็นและต้องใช้ทุกข์ก็น้อยจิตก็เบาดับก็สบาย

๑๒.สัญญากรรม สัญญาบาป ผูกพันข้ามภพข้ามชาติ กรรมดำไม่ทำดีกว่า เครียด หลอน

๑๓.ไม่รู้เรื่องจิต จบไม่สวย

๑๔.หาที่พึ่งผิด ทุกข์ไม่มีวันดับ คนไม่มีที่พึ่งร้องไห้ เช่น จิตที่ไม่มีกุศลใจจะแห้งเหี่ยว

๑๕.จะยุ่งเกี่ยวสิ่งใดต้องรู้จักสิ่งนั้น เช่น คบคน ซื้อหรือใช้ของ ถ้าไม่รู้เจ็บยาว

๑๖.ไม่มีผู้ใดอยู่หรือมีความสุขด้วยการผิดศีลธรรม ใจที่บริสุทธิ์เป็นสุขที่แท้จริง

๑๗.หากินเพลินจนลืมจิตวิญญาณ จบไม่สวยทุกข์ ไม่มีดับภพ เคลื่อนต่อ...เหมือนเรือไร้หางเสือ รถไม่มีเบรก

๑๘.วิธีแก้วิตกในงาน คือ อย่าให้งานค้าง ทำให้สุดทาง ไม่มาให้ทวงถาม ซ้อมรบฝึกฝนเคยชินเครื่องมือ ไม่รู้ถาม ศึกษาเพิ่ม วางแผนให้ชำนาญ เคียงประสานให้รอบ

๑๙.ทุกชีวิตเหมือนเกลียวคลื่น เกิดปรากฏดับนับไม่รู้จบ อำนาจลาภยศก็คือเงาที่อยู่ในน้ำ  มาหลงกับสิ่งที่ไม่ใช่ตัวตน

๒๐.เมื่อเราเห็นความตายรออยู่ข้างหน้า ความอยากความหวังมันก็เบาลง ใจเราก็สงบ จิตที่ติดอยู่ก็เริ่มละ

๒๑.มนุษย์เป็นสัตว์ที่ฝึกได้ดี ฝึกแล้วประเสริฐ ถ้าไม่ฝึกก็ร้ายกว่าสัตว์ ฝึกกายมีศีลฝึกสติมีธรรมจนสุญโญ

๒๒.ธรรมะของจริงใช้หัวใจกำหนด รู้เห็นจิต แจ้งใจ ใจนึก ใจคิดกุศลอกุศล  หลงไม่หลง ยึดไม่ยึด ไม่เห็นทุกข์ยาว

๒๓.โลกคือสุสาน ของชั่วคราว มั่นหมายอะไร อายุหมดหมด (อายุคือทรัพย์)

๒๔.ชีวิตไม่ต้องเป็นพระเอกนางเอกที่หนึ่งที่สุดก็ได้ เพราะไม่ยั่งยืน ดับทุกข์ใจไม่ได้ แต่กลับเป็นถ่าน กับขี้เถ้าธุลีดิน

๒๕.คนทำงานจิตสงบ ยิ่งฝึกฝนกำลัง ทักษะ เทคนิคก็เกิด ธรรมก็ได้ยังอกุศลมิให้เกิด ความเจ็บก็น้อยลง

๒๖.ดับโกรธต้องกำหนดรู้ พิจารณาเห็นทุกข์โทษภัยแจ้งเหตุปัจจัยในสิ่งที่เกิด หรือใช้เมตตา เห็นสัตว์ต่างกันที่ภูมิจิตภูมิธรรมสติ
ปัญญาอุปนิสัยหรือคุณสมบัติและดิ้นรนแสวงหามีทุกข์กันมาวนอยู่ในวัฏฏะ เมตตาอภัยใจก็สุข

๒๗.ความทุกข์ร้อนในใจคือบาป เป็นกรรมที่ได้ก่อ หรือสั่งสมมา....อดีตร้ายๆอายุมากหลอน หลับ ลืมไม่ลง

๒๘.อุบายดับอยาก คือต้องกำหนดรู้พิจารณาเห็นโทษภัย ภาระความแปรเปลี่ยนอายุไข ความดับและติดวัฏฏะ เช่น มีมากต้องรักษา มีปัญหาเวลาไป

๒๙.ชีวิตคือความว่างเปล่า เกิดแล้วดับ เป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ เราเพียงผ่านหรือใช้กาลเวลาแวบหนึ่งที่ไม่สามารถเป็นเจ้าของตัวเราและสิ่งนอกตัวเราได้
 
๓๐.เราอายุไม่ยืน เราอยู่ได้ไม่นาน เราไม่รู้ว่าเขาให้เวลาชีวิตเรามาเท่าไร 

๓๑.ถ้าเปลี่ยนให้เขามีสัมมาทิฐิไม่ได้ ก็ต้องให้วันเวลา เหตุการณ์ความเจ็บ ความสูญเสีย หรือกฎกรรมเป็นผู้สั่งสอนเขาหรือให้ไปชดใช้ภูมิภพ

๓๒.หลงกับสิ่งที่เอาไปไม่ได้ไม่ฉลาด ชีวิตที่ใกล้อัสดง ถ้ายังละยังวางไม่ได้ ประมาท เมื่อทุกข์วางไม่ได้ แล้วจะไปสุคติได้หรือ

๓๓.สิ่งที่กลัวที่สุดคือกฎแห่งกรรม มีสัญญาทั้งบุญทั้งบาป จิตดวงนี้ได้บันทึกไว้ทั้งหมด ทั้งหลักฐานพยานที่มืดที่สว่าง ผุดหรือนึกทีไรบ้างใจก็เศร้าหมอง บ้างอาฆาต

๓๔.จิตที่ตั้งดี ก็มีธรรมวินัย ใจก็ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่ไปขอพรอ้อนวอนหรือกราบไหว้ความสำเร็จของผู้อื่น ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ต้องบ่มอินทรีย์

๓๕.ชีวิตที่สงบต้องไม่เบียดเบียน ถ้ามีปัญญาจิตก็จะยิ่งดับเย็น ดับก็หลับสบาย

๓๖.ไม่มีความอดทน ก็จะเสียความเป็นคน เป็นเหยื่อวัฏฏะ ชีวิตต้องอดทน หัวใจต้องอดกลั้นได้ ชื่อว่ามีพื้นธรรม

๓๗.ร่างนี้กำลังเดินไปสู่ความแตกดับ ดินสู่ดิน น้ำสู่น้ำ ลมสู่ลม ไฟสู่ไฟ บังคับบัญชาไม่ได้  ไม่ใช่ของเรา เป็นทุกขัง แล้วของอื่นจะเป็นของเราได้อย่างไร

๓๘.เรากำลังเดินทางอยู่ โลก คือทางผ่านหรือเป็นจุดหรือภพหนึ่งของอนันต์จักรวาล  เราเปลี่ยนร่างมานับไม่รู้กี่ล้านๆหลังแล้ว....เรามาจากไหนกัน...ดับแล้วจะไปไหนต่อ...หากินไม่รู้ดับ ฆ่าเวลา ชีวิตจบไปภพหนึ่งๆ 

๓๙.เกิดมาเพื่อดับ เพื่อเป็นทาสกิเลส เพื่อขยายภพภูมิ ชีวิตจะโมฆะวิบัติ  ไม่เห็นภัย ต้องไปต่อ ไม่รู้จบตรงไหน

๔๐.ศึกษาค้นคว้าเพื่อทำความเห็นให้ถูก ลงมือปฏิบัติ ฝึกฝนบ่มอินทรีย์เพื่อแจ้ง ปฏิเสธธรรม ปฏิเสธความจริง จะไม่รู้คำตอบชีวิต

๔๑.เราเดินออกจากนรกหรืออยู่ในนรก ศีลปิดอบายภูมิ  โลกคือจุดหรือภพหนึ่งๆของเส้นทางผ่านอนันต์จักรวาล จะไปไหนต่อ หากินมีธรรม พินิจถึงภพถัดไป ก็สบายเย็น

๔๒.พึ่งผู้มีอิทธิพลเราก็อยู่ใต้เขา พึ่งผู้มีกิเลสเราก็บริสุทธิ์ไม่ได้ พึ่งพระเจ้าพึ่งพระก็ช่วยเราไม่ได้ เพราะพระเองก็ยังหาที่พึ่ง
ต้องพึ่งธรรม

๔๓.ระบบการศึกษาอย่างน้อยต้องทำคนให้เป็นคน  ถ้าให้ดีต้องเป็นเทพ เป็นพรหม เป็นอริยะ

๔๔.ชีวิตหลังเกษียณต้องเตรียมดับ รักษาร่าง หยุดใจที่ใฝ่หาวิธีจากสิ่งผูก จิตจะสงบ เมื่อดับ สุคติมีหวังดั่งถูกอุปโลกน์ขึ้นแล้วดับ

๔๕.หลายสิ่งที่ไม่เห็น หลายอย่างที่ไม่รู้ แม้ได้ยินได้ฟัง ใช่จะรู้หรือเข้าใจได้เลย บ้างเป็นปี สิบๆปี หลายๆภพ หรืออนันต์ชาติ แต่ถ้ายิ่งเจ็บยิ่งรู้ยิ่งแจ้ง(ต้องพินิจ)

๔๖.ทำงานจิตสงบ ถ้าไม่ทำงานก็ฟุ้ง อกุศลเปิด มีเจ็บยังให้ผล

๔๗.แรงกรรมหนีไม่ได้ หนี้ทรัพย์ใช้ทรัพย์ หนี้เลือดใช้เลือด หนี้ชีวิตใช้ชีวิต ยิ่งรู้ยิ่งเห็นภัย

๔๘.เห็นธรรมเห็นมีแต่ดับไป ก็ไม่แบกไม่หาม สิ้นสงสัย หมดคำถาม เพ่งโลกที่จะต้องจากไม่กะพริบ

๕๐.โลกคือไอติม เราคืออนุภาคของไอติม ติดอะไร ติดสมมุติ จะไม่เห็นวิมุติ

๕๑.มีธรรมดำรงอยู่ ก็เป็นธรรม ไร้ธรรมดำรงอยู่ ก็ไม่เป็นธรรม

๕๒.กรรมกำหนดภพ เรากำหนดได้ จะสวรรค์หรือนรก หรือจะเด็ดยอด ทำลายสังสารวัฏ (อินทรีย์ต้องแก่)

๕๓.สังคมที่ติดวัตถุ จะทำให้คนเป็นบ้า เป็นประสาท และเครียดมาก หลงไม่รู้ดับ พากันดับทั้งเป็น

๕๔.ลมหายใจที่มีธรรมจะเบา แต่ถ้าโกรธแค้นจะหนัก เมื่อยินดีลมก็ไม่คล่อง

๕๕.ใจที่เมตตาจะเย็น เป็นฌาน แต่ใจที่ร้าย จะร้อน ไม่สงบ

๕๖.ความจริงในโลกนี้ถูกฉาบทาหรือมีม่านหรือความต่อเนื่องปิดบังกันไว้ เช่น มองทะลุหนังเห็นพังผืด อสุภะ ผมดำเป็นขาว เป็นดิน

๕๗.เมื่อประกอบหรือสั่งสมกรรมหรือเหตุไม่ดี เราจะอยู่กับปัจจุบันขณะไม่ได้  ใจไม่สงบ เพราะมีสัญญากรรม
สัญญาบาป

๕๘.เห็นภัยใจก็ละ แต่จะเจ็บที่เท่าไร เทพ พรหม ยม อินทร์ หมดบุญก็ต้องลงมาเจ็บ

๕๙.เมื่อติดสุข ก็ออกห่างธรรม ต้องรอให้เจ็บชัดๆถี่ๆเต็มๆ

๖๐.ละบาปก็เพื่อรักษาจิต เจริญกุศลก็เพื่อให้จิตชุ่มชื้น ชำระจิตเพื่อดับทุกข์  เริ่มที่ศีล ฝึกสติ มีธรรม ดับเย็น เมื่อดับก็สบาย

๖๑.ยิ่งให้ยิ่งได้  ยิ่งขอยิ่งเสีย ผู้ให้เป็นที่รักแข็งแรง  ยืนด้วยตนเอง

๖๒.เอากายแลกจิต เอาชีวิตแลกธรรม ภพก็ดีขึ้น แต่กว่าเราจะได้เห็นธรรม ชีวิตก็ใช้จะหมดแล้ว

๖๓.เขาโกงเรา ดีกว่าเราโกงเขา เพราะเรารวยกว่าที่มีธรรม ส่วนจิตเขานั้นจนจนเป็นโจร

๖๔.ฟังธรรมให้รู้ภาวนา ให้เห็นเพื่อที่วางใจหรือวางท่าที่ต่อโลกได้อย่างเย็น ยิ้ม

๖๕.คนมีปัญญาจะบอกความจริง เพราะเกิดจากความรู้สึกตัว  ถูกกระทบหรือเจ็บ แต่ถ้าศึกษามาเรียนมาจะบอกตามสัญญา

๖๖.ตามรู้การเคลื่อนไหวกายย่อมเกิดสุข เพราะมีสติจิตอยู่กับตัว เมื่อทำงานมากใจก็สงบ จิตก็ตั้งได้ง่าย ถ้าพินิจปัญญาก็เกิด

๖๗.เอาเปรียบ เห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ แต่เด็กยันแก่ เป็นคนมีตัว ไม่เห็นตัว แก่เข้าไม่ถึงธรรม เป็นกรรมที่สั่งสมมา

๖๘.หากินแล้วก็ดับ ไม่มีอะไรดีขึ้น ถ้าอยู่ต่อแล้วไปขยายภพชาติดับเสียดีกว่า ทิ้งดาบ สำนึกบาป จิตก็เป็นพุทธะ

๖๙.ทิ้งดาบ สำนึกบาป จิตก็เป็นพุทธะ เวลาของเราใกล้จะหมด หมอพระเจ้าก็ช่วยเราไม่ได้

๗๐.เวลากำลังไล่เราออกจากโลกใบนี้  ไม่พึงมั่นหมาย

๗๑.ระวังไตรลักษณ์กำลังบดขยี้เราและสิ่งนอกตัวเรา เตรียมแผนซ่อมบำรุง เช่นกายที่ป่วย รถที่เริ่มซ่อม

๗๒.เมื่อเจ็บหมื่นครั้ง เสียหายพันครั้ง สูญเสียร้อยครั้ง บ้างก็ฉลาดมาก เพราะเห็นทุกข์โทษภัย ใจก็ละก็วาง
ซึ้งถึงธรรม เจ็บไม่จำ ช้ำจนตาย

๗๓.อายุมากต้องเตรียมดับรักษาร่าง หยุดใจที่ปรารถนา หาอุบายวิธีจากสิ่งใดๆ ต้องสละโลกให้ได้ ถ้าไม่ได้ทุคติอันมีหวัง

๗๔.ฟุ้งซ่านทำให้บาดเจ็บ เผลอสติก็ฆ่าตัวเอง ความคิดเบรกได้ดับได้ อยู่ที่การสร้างเหตุ(กรรมดำหรือกรรมขาว)

๗๕.ข่ายเสมอด้วยโมหะไม่มี ทางออกคือมรรค ๘ กำหนดไปที่ทิศดับ รู้ทิศ รู้ทาง รู้จุดหมาย เห็นจุดจบ เบา

๗๖.สูญสิ้นทุกสิ่ง ก็ไม่เป็นผู้เสื่อม ผู้เสื่อมโดยแท้คือผู้ที่ไม่มีกุศลจิต ไม่มีปัญญา

๗๗.มองคนด้วยกิเลส เราก็เกลียดเขา เพราะเราขาดสติ  ไม่ได้ใช้ปัญญาพิจารณาเหตุปัจจัย ตามความเป็นจริง
เช่น มนุษย์ต่างด้วยอุปนิสัยสติปัญญา

๗๘.ทางสายกลาง มรรค ๘ ใจที่ไม่ยินดียินร้าย โลกคือทางผ่าน มาดื่มอาบเคี้ยวกินเสร็จแล้วก็ไป

๗๙.คนหลง คนเมาไม่เห็นพระสัทธรรม ดิ้นรนและแบกจนดับชีวิตโมฆะ เช่น ติดใจมากก็ทุกข์มาก ดิ้นรนมาก หรือไม่รู้เกิดรู้ดับ ก็ไม่รู้ภพที่จะไป

๘๐.ติดใจมากเท่าไร ทุกข์ใจและความวุ่นวายก็มากขึ้น การแสวงหาการดิ้นรนและแบกก็มากขึ้นถูกมารหลอกจนดับ หากินจนตาย

๘๑.ชีวิตเหมือนชิ้นเนื้อที่ปิ้งอยู่  ผ่านแล้วผ่านเลยไม่ไหลกลับ เกิดดับสืบต่อเนื่องไม่ขาดสาย เป็นอนันต์วนเวียนไปตามภพน้อยใหญ่ ถ้าโน้มธรรมก็เห็นทาง

๘๒.ฟังมาจำมาเรียนมา ไม่ใช่ปัญญาเป็นสัญญา แต่ถ้าเกิดจากความรู้สึกตัวถูกกระทบหรือได้รับความเจ็บปวดทรมานเสียหายหรือสูญเสียก็จะเป็นปัญญา ยิ่งปฏิบัติยิ่งละเอียด ต้องขยัน อดทน (พื้นธรรม)

๘๓.ผู้ให้เป็นที่รัก เป็นผู้แข็งแรง ยืนได้ด้วยตนเอง อดทนและเพียร ยังเกิดมรรคผล ส่วนผู้ขอก็ไม่เป็นที่รักและสิ่งเช่นว่านั้นเลย

๘๔.ใจที่มีแต่ความเมา  น่ากลัว ผิดทาง หลงทาง ไม่เห็นทาง พ้นทุกข์ไม่ได้ แต่กลับทำร้ายจิตตน วนในสังสารวัฏ

๘๕.ชีวิตยากที่จะคาดคะเน  ยากที่จะคาดเดา  ว่าจะไม่เกิดอะไรขึ้นกับเราบริวารของเรา 

๘๖.คบกับคนไม่มีศีลเขาทำร้ายเราได้ คบกับผู้อิทธิพลเราก็อยู่ใต้เขา คบกับคนพาลก็ทุกข์ทุกเมื่อ คบผิดคนเจ็บตัวเจ็บใจมีภัย

๘๗.ไม่พอชีวิตลำบาก ได้มากถูกแย่งชิง ไม่มีไม่ได้ ไม่มีใครเบียดเบียน ไม่ทุกข์ เบา

๘๘.ไม่รู้ตาย ไม่รู้ดับ ยาว ไปยาว ยาว จนกว่าจะเห็นทุกข์โทษภัย จิตก็เริ่มตั้ง มีสติเพ่งพินิจพิจารณา ปัญญาก็เกิดขึ้น

๘๙.มนุษย์มีเวลาน้อย จะได้สิ่งใดมา ก็ต้องจากนั้น

๙๐.เขาทำอย่างไร ก็เป็นกรรมของเขา ความเจ็บความสูญเสีย จะสอนเขาเอง เขาเห็นได้เท่านั้น

๙๑.ปฏิบัติธรรม ไม่ใช่มาแบกพระพุทธรูปหรือพระธรรม แต่อยู่ที่การฝึกฝน อบรม รักษาจิต บ่มอินทรีย์ให้แก่ จะเสื่อมหรือเจริญก็อยู่ที่จิตฝ่ายเดียว จิตดีทุกอย่างก็ดี

๙๒.เมื่อบอกหรือเตือนเขาอยู่บ่อยๆเนืองๆแล้วก็ยังเปลี่ยนเขาไม่ได้ คงเป็นกรรมที่เขาได้สั่งสมมา ก็ต้องปล่อยเขาไปให้ไปชดใช้ภพภูมิวิบากก่อน

๙๓.เมื่อชราแล้ว เป็นผู้นำเขาสูงสุดแล้ว ถึงยอดเขาแล้ว ปีนขึ้นต้นไม้ถึงยอดแล้ว ได้ทุกสิ่งทุกอย่าง หรือได้มอบหมายสิ่งที่ได้มานั้นแก่ลูกแก่หลานแล้ว จะไปไหนต่อ ทิ้งใจไปนาน จะออกจากภพยังไง

โดย พ.ต.ท.สุรเดช ผะอบทิพย์
๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2559

สมาธิเคลื่อนที่กับข้อคิดข้อธรรม ๑๓




๑.ธรรมะไม่ได้แปลว่า โง่ งมงาย บ้าหรือขวางโลกแต่ธรรมะช่วยให้หายโง่ ช่วยให้เจ็บน้อยลง ช่วยดับทุกข์ ทำให้เห็นแจ้งโลก เห็นความจริง และยุติการวนเวียนในสังสารวัฏ สุญโญ

๒.นักฆ่าเห็นการฆ่า นักพยาบาทเห็นการล่า นักทำลายเห็นการล่มสลาย นักโกหกเห็น..........แรงกรรมเป็นกฎธรรมชาติ จิตได้บันทึกสิ่งที่ทำกรรมที่ก่อไว้ทุกขณะๆเป็นสัญญา บ้างสะดุ้ง ระแวง เพ้อ หลอน จิตไม่สงบเพราะทำไว้เยอะ

๓.เราพร้อมที่จะเดินทางออกจากภพหรือยัง ไม่ออกก็ต้องออก เรากำลังเดินทางอยู่ มนุษย์อายุไม่ยืน มีบุญมีปัญญา(ธรรม)มีที่พึ่ง ยิ้ม เย็น ยิ้ม

๔.ชื่อตัวก็สมมติตัวตนก็สมมติเพราะตั้งอยู่ไม่นานก็แปรสลายดั่งฟองน้ำเกิดแตกขณะฝนตก แล้วมายึดตัวยึดตนทำไม ตัวของตัวยังยึดไม่ได้แล้วมายึดว่าเป็นของตัวอีกมาหลงกับสิ่งที่ไม่เที่ยง...มาดื่มอาบเคี้ยวกินเสร็จแล้วก็ไป หลงอะไรหรือ

๕.ขาดเมตตาจิตเย็นไม่ได้ ร้อน ขาดธรรมะชำระ ละ ขัดเกลากิเลสไม่ได้ ขาดสติไม่มีเครื่องตัดกระแสตรวจจับอารมณ์ความคิด ทุกไม่มีดับ แล่นไปเรื่อย รถไม่มีเบรก

๖.ขาดศีลมีภัยไม่สงบ ขาดวินัยไร่ค่าไร้ราคา ขาดมรรยาทไม่งามไม่เป็นที่รักที่พอใจ ขาความรับผิดชอบเสื่อม ประมาทในกรรม เมื่อเจ็บบ่อยๆชัดๆเต็มๆก็ย่อมเห็นแจ้งชัดขึ้นๆว่าเกิดมีมาแต่เหตุ

๗.ยิ่งได้ยิ่งอยาก ยิ่งมากก็ยิ่งอยากมี ยิ่งอยากมีก็ยิ่งอยากได้ แล้วจะจบยังไง ชีวิตถูกใช้จนตาย...ยิ่งมียิ่งผูก(จิตไม่อิสระ) ยิ่งสบายยิ่งยุ่ง ยิ่งใหญ่ยิ่งไม่อยากตาย จะเอาไงดี

๘.สนิมกัดกินเนื้อเหล็ก บาปกัดกินใจเพราะจิตบันทึกในสิ่งที่ทำทุกๆขณะเกิดสัญญาและปรุงแต่งจิต การสั่งบาปหรือสร้างเหตุไม่ดีหรือประมาทในกรรมจิตจะเร้าร้อนห่อเหี่ยวทุกข์ไม่มีดับกลับแต่ขยายภพภูมิ

๙.ยึดถือในสิ่งที่เสื่อม ที่แตกดับ ที่สูญ ที่มีภาระมีต้นทุนมีโทษภัยมีทุกข์ใจแล้วมาตายมาจมอยู่กับภพยึดทำไม หลง ติดวัตถุติดเอกลาภก็เจ็บ........เป็นธรรมดา

๑๐.เราเป็นผู้ยากไร้ ผู้แพ้ก็ไม่เป็นไร้ จะไม่มี ไม่ได้เป็นอะไรเลยก็ไม่เป็นไร จะมีหนี้สินมีภาระมากก็ไม่เป็นไร หรือจะอยู่ใต้ดินก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้ใจเราร่มเย็นสงบไม่เร้าร้อนไม่ไปเบียดเบียนใครก็ดีที่สุดแล้วเพราะที่สุดช้าเร็วก็ไม่มีใครได้อะไรไปและไม่มีใครชนะแต่จะกลายเป็นดิน ธุลีดิน เรามามีตัวมีตนหรือมาร่วมมารวมกันเพียงแวบหนึ่งก็แปรสลายแตกดับไป

๑๑.อำนาจลาภยศเป็นของจอมปลอมเป็นเมฆหมอกสลายไป ไม่มีใครได้อะไรเลยจะล้มกันไปที่ละคนๆ เราถูกย้อมมานานจมอยู่กับภพทุกๆภพ ธรรมเป็นกุญแจชีวิต

๑๒.เขาไม่ทำ เขาทำไม่ได้ เขาทำได้แค่นั้น เราอย่าไปโกรธเขาเลยเพราะเขามีสติปัญญาหรือเขามองเห็นได้แค่นั้น ใจที่เมตตา อโหสิ หรือขอขมาจะเบา เย็น

๑๓.คิดนานทุกข์ สงสัยทุกข์ ไม่เข้าใจทุกข์ ไม่แจ่มก็ทุกข์ ไม่รู้ไม่คิดพิจารณาอะไรเลยก็ไม่ทุกข์ แต่เสี่ยงที่จะดับ ดับ ความไม่รู้เป็นมลทินสุดร้าย น่ากลัว ดับงง ไปงง กำหนดภพไม่ได้

๑๔.ไม่รู้จักสิ่งใดอย่าไปยุ่งต่อเนื่องเชื่อมโยง มิฉะนั้นก็เจ็บ สูญเสีย เสียหาย เช่น คบคนพาล ซื้อของใช้ไม่รู้จักราคา กินข้าวไม่รู้จักร้าน หรือเลือกคู่ดูไม่ดี มนุษย์คู่กับทุกข์ มีเหตุให้เจ็บมากๆ เช่น ทำอะไร มีอะไร เป็นอะไร ถ้าไม่คำนวณ ไม่ประมวล ไม่ประมาณ ไม่ประเมินก็เจ็บ เจ็บ

๑๕.อายุเท่าไรหรือ เวลาใกล้หมดแล้ว ทำไมไม่เตรียมทั้งที่ยาวไกลสุดคณานับ แต่มาหลงกับสิ่งใกล้ๆที่กำลังจะจากจะดับสุดท้ายก็ไม่ได้อะไร เหนื่อยฟรี ถูกหลอกทั้งชีวิต กรรมกำหนดภพ ถ้าประมาทก็ตายทั้งเป็น ย้อนเวลาไม่ได้

๑๖.คนหยาบไม่เข้าใจบุญบาปไม่เห็นจิตตนใจนึกคิดปรุงแต่งไปเรื่อยแล้วจะดับทุกข์ได้อย่างไร เขากำหนดรู้ไม่ได้เลย เขาไม่รู้อะไรเลย แม้ภพที่จะไป มันเป็นกรรมที่ได้สั่งสมมา หมดกรรมก็พอจะรับพระสัทธรรมได้แต่จะนานเท่าใดก็ไม่รู้เพราะธรรมพบและได้ยินได้ฟังยากยิ่ง

๑๗.ธงชัยของชีวิตคือความดับสูญ สุญโญเริ่มที่สติจนเป็นมหาสติ ฝึกกายมีศีล ฝึกสติมีธรรมชำระกิเลสทุกข์ก็ดับ

๑๘.ต้องหาคำตอบก่อนตายว่าดับลงแล้วจะไปไหนต่อ ถ้าไม่ก็ใช้ชีวิตประมาทฟังก์ชั่นเวลากับกฎไตรลักษณ์จะพาเราไปถูกไล่ต้อนไปสู่ความดับกันหมด โลกคือสุสาน ถ้าผูกไว้หลายเรื่องชีวิตไม่จบ อายุมากต้องเคลียร์ อายุน้อยสร้างเหตุดีๆ

๑๙.บุญไม่ใช่ที่สุด เมาบุญก็เมาเป็นเทพเป็นพรหม หมดบุญก็เมา ก็ยังวนอยู่ ที่สุดแห่งทางคือมรรค ๘  และกำหนดไปที่ทิศดับ ดับ ดับ... ปัญญาก็เกิด  โบสถ์ วิหาร เจดีย์ ไม่ใช่ที่พึ่ง ความศักดิ์สิทธิ์มิใช่ที่อื่นแต่อยู่ที่จิตตนฝึกฝนอบรมบ่มอินทรีย์ให้ให้รู้ในรู้นอก รู้เกิดรู้ดับ แจ้งชัดอนัตตา.....เวลาเหลือไม่มากแล้วสละโลกให้ได้

๒๐.เมตตา ปัญญา บริสุทธิ์ ขาดเมตตา ไม่มีปัญญา ไม่บริสุทธิ์ ไม่บรรลุ แม้จะภาวนามาเท่าใดก็ตาม ก็ไม่ถึงปัญญา มีอวิชชา

๒๑.ความบริสุทธิ์ใจเป็นความสุขที่แท้จริง ใจชุ่มชื่นเพราะมีคุณธรรมมีกุศลหล่อเลี้ยง แต่ใจที่ขาดธรรมก็เหมือนปลาขาดน้ำชีวิตจริงไม่สุข  ทำกรรมดีใจเราก็ดี

๒๒.ยิ่งหลงยิ่งเหนื่อย ยิ่งหลงยิ่งแสวงหา ยิ่งหลงยิ่งดิ้นรน ยิ่งหลงยิ่งแบก ยิ่งหลงยิ่งไม่รู้ดับไม่รู้ตาย ยิ่งหลงยิ่งหลง ยิ่งหลงยิ่งกำหนดภพไม่ได้ ไม่รู้จะไปจบสิ้นลงตรงไหน ถ้าจะไม่หลงก็ต้องรู้ทิศรู้ทางรู้จุดหมาย จะได้ไม่ต้องเกิดไม่ต้องตาย

๒๓.ธรรมะไม่ได้อยู่ที่การเอาปิ่นโตไปถวาย ตักบาตร ทำวัตรเช้าเย็น หรืออยู่ที่บทสวด แต่เป็นเพียงพื้นธรรม มนุษย์เป็นสัตว์บำเพ็ญต้องฝึกกายให้มีศีล ฝึกสติให้มีธรรม นำมาชำระกิเลส จิตที่ตั้งไว้ดีก็มีธรรมวินัย ใจก็ศักดิ์สิทธิ์

๒๔.ผู้ประมาทในกรรม ตายทั้งเป็น หลง เมา จม

๒๕.เราแค่ใบไม้ใบหนึ่งในโลก แต่เข้าใจว่าเป็นต้นไม้ที่ถูกสลัดใบเมื่อใดก็ได้ อาศัยอยู่บนแผ่นดินแต่เข้าใจว่าแผ่นดินเป็นของเรา ตัวเราผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ตั้งอยู่ไม่นานก็เป็นตำนาน จะยึดทำไม

๒๖.ตอนดีๆ ยังไม่เจ็บ ฟังธรรมไม่รู้เรื่อง พอลมหายใจจะหมดก็สายเสียแล้ว ปลาไม่เห็นภูเขา ไม่เห็นเสือ ไม่เห็นลิง.....ความทุกข์ร้อนในใจคือบาป

๒๗.ความเจ็บความพลัดพรากความสูญเสียหรือความเสียหายจะสั่งสอนเรา และจะทำให้เราสิ้นความสงสัยในธรรมไปเรื่อยๆจนแจ้งชัด โดยเฉพาะความตายจะสั่งสอนเราไปทุกภพทุกชาติ จนทนไม่ไหวและจะลู่เข้าสู่พุทธธรรม

๒๘.คบคนเป็นคน คบสัตว์เป็นสัตว์ เป็นจุดเริ่มต้นที่จะไปนรกหรือสวรรค์ เพราะเกิดแต่เหตุนำไปเกื้อไปจูงไปอาศัยไปดำเนินไป

๒๙.ธรรมะช่วยให้เรามีปัญญา ทำให้เจ็บน้อยลงหรือไม่เจ็บ เช่นเจ็บกายใจไม่เจ็บ ทำให้รู้ตัวรู้กำลัง ไม่ดิ้นไม่แบก รู้เกิดรู้ดับรู้ระยะเวลาหากิน ไม่เมาไม่หลง ไม่จมไม่ติด ไม่ชื่นชมโลก

๓๐.ไม่มี ไม่เป็น ไม่เอา ไม่เกิด คือธรรมขั้นสูงสุด แต่ถ้ามีเป็นเอา ก็ติดวนอยู่ในสังสารวัฏ

๓๑.เกิดมาอยู่นาน ถูกย้อมจึงติดในภพติดในสมบัติติด......จนดับแล้วก็วนเวียนอีก ทำไมไม่ไปทางมรรค ๘ รู้ทิศรู้ทางรู้จุดหมายไม่หลง

๓๒.ไม่ประมาทในธรรม คือ ไม่ประมาท เหตุมีสติทำเหตุที่ดีเพื่อผลที่ดี เช่น ขยันก็เจริญ ขี้เกียจก็เสื่อม แต่ถ้าประมาทก็ตายทั้งเป็น หรือมีลิมิตลู่หรือดำเนินไปสู่การฆ่าตัวตาย ทำลายผู้อื่น สะสมเหตุดีปรโลกหน้าไม่ต้องกลัว จะอาจหาญต่อยมบาล...

๓๓.เมาธาตุเมาวัตถุตกเป็นเหยื่อเป็นกรรมที่สั่งสมมา เมื่อเจ็บ สูญเสีย พลัดพรากบ่อยๆ จิตก็เริ่มตื่นและพิจารณาจนเห็นทุกข์โทษภัย ใจก็ละคลายยึดถือ

๓๔.เชื่อพระพุทธสักทีได้ไหม จะให้เจ็บไปถึงไหนหรือ

                             โดย พันตำรวจโทสุรเดช ผะอบทิพย์
 
                                        ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๙

วันพุธที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

สมาธิเคลื่อนที่กับข้อคิดข้อธรรม ๑๒




๑.แม้ไม่มีธรรมแต่ผลรวมของความเจ็บและตายนับครั้งไม่ได้(อนันต์ครั้ง)จะสอนเรา ทำให้สวิงเข้าสู่กระแสอริยะเพราะสติตั้งและงอมในทุกข์ รู้ทุกข์ เหตุแห่งทุกข์ เจ็บมากๆปัญญายิ่งเกิด เช่น เมื่อมีเหงื่อ เลือด น้ำตา เงิน ทรัพย์ไหลออกเราจะจำและพิจารณา.....เจ็บไม่จำช้ำจนตาย

๒.โกรธเขาเราโง่เพราะรู้ไม่จริง ถ้ารู้ใจก็ยอมรับเข้าใจในเหตุปัจจัยกลับเมตตาสงสารเขา

๓.อย่าหนีรถคันเก่า บ้านหลังเก่า ข้าวของเก่า ติดวัตถุจิตก็ถูกทำร้าย ยิ่งปรารถนาทุกข์จะเข้าแทนที่ เด็กๆร้องตาย ร้องยาวพอแก่เริ่มแน่ชัด

๔.ทยอยหายกันไปเรื่อยๆ ที่ละคน สองคน หลายๆคน แตกดับกันหมด ย้อนเวลาไม่ได้ ณ จุดๆหนึ่งหรือตำบลที่ของเส้นทางอนันต์ในสังสารวัฏ แต่จิตดวงนี้ยังท่องไปตามภพภูมิน้อยใหญ่ตามกฎกรรมที่ทำมา ไม่มีใครช่วยใครต่อให้เป็นพระเจ้า เทพเซียนน้อยใหญ่ หมอหรือห้อมล้อมเดินกันมาเป็นกลุ่มใหญ่ก็ช่วยไม่ได้ เมื่อกรรมสำเร็จ บาปให้ผล สายไปเสียแล้ว

๕.เราต่างไม่รู้เลยว่าจะอายุสั้นหรือยาว จะป่วยเป็นโรคอะไร จะตายตอนไหนเมื่อใด ทั้งตายแล้วจะได้เกิดเป็นอะไรก็ไม่รู้ แต่ถ้าบาปไม่ก่อ มีบุญกุศล ปรโลกหน้าก็ไม่ต้องกลัวจะเห็นภูมิที่จะไป และมีความอาจหาญต่อยมบาล หากินแล้วก็ดับ หากินเบาๆ อยู่ก็เย็นไปก็เย็น อยู่กันไม่กี่วันคืนก็ไป เอาเปรียบเอากำไร ตายกันหมดจบกันหมด เวลาเหลือน้อย

๖.ยิ่งไม่พอ ยิ่งเดือดร้อน ยิ่งก่อภพ ยิ่งติดใจ ยิ่งจม ยิ่งเมา ติดอยู่ในสังสารวัฏ

๗.โบสถ์ วิหาร เจดีย์ บทสวด พุทธรูป รูปปั้น เครื่องแต่งกาย สถานะ บทบาทเป็นเพียงเครื่องมือหรือสิ่งงามเพื่อเป็นแนวทางให้ก้าวไปแต่ไม่พึ่งติดผูกจะทำให้จมหรือเมาจะไม่เห็นสัทธรรมที่แท้จริง จุดสำคัญอยู่ที่จิต คิดดี พูดดู ทำดี มีสัจจะรักษาหน้าที่เสมอๆ หรือมรรค ๘ หรือศีลสมาธิปัญญาหรือประคองจิตมิให้เกิดอกุศลถ้าเกิดชำระด้วยปัญญาชำระขัดเกลาไปทุกๆวันจนขาวรอบ การประพฤติธรรมสำคัญอยู่ที่จิตต้องฝึกสติจนเป็นมหาสติเพื่อให้สติกำหนดรู้ทันคุมจิตมิให้ผิดธรรม เวลาของเราใกล้จะหมดแล้ว...รูปังอนิจจัง รูปังอนัตตา

๘.ผู้ยิ่งใหญ่ที่ไม่มีธรรมขาดธรรมแห่งอำนาจชีวิตจริงไม่สุข ระแวงเพราะทำเขาไว้เยอะหาคนที่จริงใจด้วยก็ยากที่เดินตามเข้าใกล้ก็หวังแต่จะได้เท่านั้น สุดท้ายไปคนเดียวเจ็บคนเดียว รับเต็มๆ สำเร็จเอกลาภชาตินี้ภพนี้แต่ไม่คำนึงถึงภพภูมิถัดไปอันตรายเป็นผีร้องไห้ การเป็นไอ้จุกไอ้แกะไอ้จิ๋วไอ้จ่อยดีแล้วไม่ต้องเหนื่อยใจมีหน้าที่ใดก็ทำไปนะและอย่าไปขัดคอขัดใจเขานะ(ขัดคอก็เวรอยู่ไม่สุข) ไม่เชื่อฟังผู้ใหญ่จะเกิดผลกรรม

๙.รู้ในสิ่งที่ใช้เข้าใจในสิ่งที่จากเพราะทุกสิ่งจะจากเราไปและเราเองก็กำลังจะจากโลกนี้ ๖๐ ปี แล้วนะ ๗๐ ปี แล้วนะ ไม่ต้องไปคุยนะว่าเรามีร้อยล้าน พันล้าน มีนี้มีนั้นมีโน้น เป็นนี้เป็นนั้นเป็นโน้น และไม่ต้องไปแต่งสวยร่างมันพังแล้วพังเสื่อมแล้ว แต่พึ่งรู้ในภพภูมิที่จะไปดีกว่า  เวลาเหลือน้อย ส่วนเด็กต้องหมั่นเพียรเรียนรู้ พอโตหน่อยอะไม่ควรมีอย่ามีนะเดี๋ยวมันทำร้ายจิตเรา ดิ้นตายเลย เหนื่อยตายเลยนะ

๑๐.ชีวิตอยู่ความดิ้นรนมากหยุดไม่ได้ ถ้าให้ความตายมาหยุดจิตก็เศร้าหมอง เมื่อขยับฐานะหรือสถานะภาระก็เพิ่มขึ้น ขึ้นไปทำไม แม้ไม่ลงเขาก็ให้ลง เจ็บนะ

๑๑.เราลำบาก เราเหนื่อย เราหิว เราไม่ได้พัก เราไม่ได้หยุดแบบคนอื่นเขาก็ไม่เป็นไรเพราะเราเลือกเกิดไม่ได้ เหตุปัจจัย ความเป็นมา หรือกฎกรรมจึงได้ดำเนินมาอย่างนี้เป็นอย่างนี้ แต่ขอให้เราทำหน้าที่ของเราให้ดี(อาชีพชอบ ทำชอบ)บุญบารีก็เกิดใจเราก็สงบ แต่เราไม่รู้กลับไปอยากนี้อยากนั้นอยากโน้น ใจเราก็ไม่สงบได้มาแล้ว หรือไปมาแล้วก็เกิดทุกข์เดือดร้อน เสียเงิน เสี่ยง หรือสุดท้ายก็ได้แค่โลง ถูกสุขหลอกไปทุกข์

๑๒.มนุษย์สัตว์ต่างด้วยสติปัญญา อุปนิสัย เหตุปัจจัย ความเป็นมาทั้งภูมิจิตภูมิธรรมแต่เป็นสัตว์บำเพ็ญและพัฒนาที่จะเข้าถึงความจริง(ปรมัตถธรรม)เพื่อยุติสังสารวัฏหรือไม่เวียนว่ายตายเกิดอีกหรือนิพพาน

๑๓.การรักษาจิตคือการไม่ทำบาป

๑๔.แม้ความตายรอเบื้องหน้าก็เปลี่ยนความเชื่อความเข้าใจความคิดความเห็นให้เขาเห็นความจริงก็ไม่ได้เป็นดวงจิตที่มืดบอดเป็นกรรมของสัตว์ที่ได้สะสมมา มนุษย์สัตว์ต่างเห็นความจริงไม่เสมอกัน ถ้าเห็นแจ้งชัดก็ปลอดอวิชา ไม่เมา ไม่หลง ไม่ติดในภพในรูปตัวตนคนสัตว์ต้นไม้สิ่งของ

๑๕.มนุษย์ที่แสดงกันอยู่ของจริงหรือของปลอม เสแสร้งหรือมายา พูดจริงหรือหลอก ยิ้มหรือเลศนัย ให้จริงหรือหลอกใช้ ลิเกๆ มนุษย์ไม่มีศีลคนไม่มีธรรมก็ย่อมหลอกและเบียดเบียนกันเป็นธรรมดาแต่ก็ต้องชดใช้มีวิบาก

๑๖.ยิ่งให้ใจก็สละ ยิ่งขอใจก็อยาก ใจที่ไม่มีธรรมจะมีแต่ความอยาก

๑๗.ไม่มีไม่ทุกข์ ถ้ามีมีตามกำลังถ้าเกินจะเดือดร้อน เจ็บ เจ็บยาว แต่ถ้ามีมากก็จะไม่อยากตายจะมีปัญหาต่อภพภูมิที่จะไป

๑๘.คบคนเช่นใดก็เป็นคนเช่นนั้น คบคนก็เป็นคน คบสัตว์ก็เป็นสัตว์

๑๙.ไม่พอใจในหน้าที่การงาน ถิ่นที่อยู่ บุคคล ฐานะ สิ่งที่มีที่เป็นที่ได้หรือสิ่งที่ถูกกระทบสัมผัสใจก็เป็นทุกข์ ยอมรับมันให้ได้ใจจะได้เป็นสุขเพราะทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมีเหตุปัจจัยความเป็นมาและจะแปรเปลี่ยนสลายดับไป อย่าไปทุกข์กับมัน เดี๋ยวมันก็ผ่านไป เราไม่ได้อยู่เช่นนี้เลยไปหรอก เดี๋ยวมันดีเองๆ ทำหน้าที่ของเราให้ดี

๒๐.ทิฎฐิ มานะบดบังปัญญา เอกลาภ สักการะฆ่าคนโง่

๒๑.กรรมใดที่ทำแล้วเดือดร้อนใจภายหลังต้องมีโศกาและเสียหาย จิตจะไม่สงบ แม้คิดบวกได้ก็ไม่นานเป็นเพียงอุบายข่มจิตหลอกตนทั้งปัญหาหรือเหตุที่สร้างไว้ก็ยังไม่ได้รับการพิจารณาหรือถูกแก้ไข แต่จิตที่บันทึกกรรมนั้นก็มีสัญญาปรากฏผุดขึ้นเนื่องๆ จิตย่อมเศร้าหมอง ควรเว้นกรรมไม่ดีเสีย (บาปไม่ทำเลยดีกว่า)

๒๒.กุศลนำสัตว์ให้ไปเกิดในทางเจริญ อกุศลนำสัตว์ไปสู่อบายภูมิ จิตบันทึกในสิ่งที่ทำในกรรมที่ก่อแต่ละขณะๆตามฟังก์ชันเวลาให้ผลทั้งปัจจุบันและอนาคต เช่น คนแก่ที่ทำกรรมไม่ดีมาจะนั่งคิดนึกเรื่องราวในอดีตหลายต่อหลายเรื่อง ใจก็ไม่สงบใบหน้าก็คล้ำดำหมอง แววตาน้อยลงๆ

๒๓.โทษของความอยากมองเห็นได้ยาก มันชั่งหนาวเหน็บและซ่อนความเจ็บไว้ คลายช้า เจ็บนาน ชั่งเป็นยางเหนียวถึงเจ็บซ้ำบ่อยๆอีกก็ไม่แน่ใจ แต่ถ้าถี่ๆ ชัดๆ เต็มๆ สติจะตั้งเพียงพอที่จะเพ่งพินิจพิจารณาเหตุปัจจัยได้บ้าง แต่ถ้าจะให้ต้องเจริญภาวนาบ่อยๆมีอุบายวิธีตัดหรือดับ เจ็บไม่จำช้ำจนตาย เด็กหรือคนที่ไม่เห็นทุกข์เจ็บตาย ร้องตายร้อนนานเพราะความไม่รู้ แม้เจ็บอยู่ร้องอยู่ก็ไม่รู้ ส่วนชราจะรู้เนื่องจากสะสมเจ็บมาและมีการเพ่งพินิจ

๒๔.อัตภาพนี้แปรปรวนอยู่ตลอด มีอาพาธเป็นมูลทนอยู่ไม่ได้ ไหลลงสู่ดิน อยู่กันคนละแวบยึดติดผูกพันแน่นเหนียวไปทำไม เอาไปไม่ได้เว้นบุญและบาป

๒๕.ยิ่งรู้ยิ่งดับเย็นใจก็สงบไม่เร้าร้อนดิ้นรนทะยานอยาก สุญโญแตกดับกันหมดหาไปทิ้งหาไปทำไม

๒๖.การทำบุญที่หยาบที่สุดคือการให้ทานค่าดังเม็ดกรวดเม็ดทราย แต่ถ้าเพียรแผดเผา ขัดเกลาถอดถอนชำระกิเลสก็เป็นบุญขั้นสูงสุดค่าดังเพชรเม็ดงามๆ แต่แค่เพียงมีศีลก็เยี่ยมแล้ว

๒๗.โลกคือหมู่สัตว์และสุสานเป็นเวทีแห่งภูมิภพเวียนเกิดดับไม่รู้จบออกได้ทางเดียวคือ มรรค ๘ เพื่อไม่ต้องเกิดอีก ไม่ใช่ไสยศาสตร์แต่เป็นวิทยาศาสตร์ลิมิตฟังก์ชันเวลาอนันต์เหตุปัจจะโย....

๒๘.ทำกรรมใดใจก็เห็นเป็นกฎสะท้อนยากที่จะลบเป็นแผลใจเหมือนไฟเลีย ทำหรือสะสมกรรมไม่ดีขาดทุนขยายภพภูมิ และอย่าอยู่คนเดียว

๒๙.สมบัติของโลกเป็นสิ่งชั่วคราวเป็นของคนมีชีวิต ชีวิตจะหมดแล้วนะ

๓๐.จิตสงบเพราะมีปกติมาก่อน(เห็นชอบคิดชอบทำชอบพูดชอบอาชีพชอบ)หรือมีศีลถ้าไม่ปกตินั่งหรือทำสมาธิไม่ใช่เป็นเพียงรูปแบบ ท่า หรือเท่ ฝึกสติเห็นจิต ใจนึกใจคิดกุศลหรืออกุศลแล้วประคองรักษา หาอุบายวิธีหรือพิจารณาเหตุปัจจัยดับอกุศลที่เกิดทุกข์ใจก็ดับ ถ้าเพียรชำระบ่อยๆจิตก็สะอาด

๓๑.เชื่อธรรมชีวิตไม่วิบัติ ฟังประเทศโทษก็ไม่มี เคารพอาวุโสเข้าธรรม บูชาอริยะถึงธรรม คารวะผู้ใหญ่ไม่มีตาย อยู่สบาย แต่ถ้าโวยวายฟ้าดินก็ลงโทษ ผู้มีอำนาจก็จัดการ เคารพเชื่อฟังเป็นกฎธรรมด้วยเหตุสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่

๓๒.ชีวิติที่ไม่ฉิบหายคือชีวิตที่ได้ยินพระสัทธรรม พุทโธ! โอ้โฮ ธัมโม! โอ้โฮ สังโฆ!โอ้โฮ

๓๓.ไม่พึงถือสาเอาความหรือติดใจกับคำพูดหรือการกระทำของมนุษย์ผู้กิเลสหนาเพราะเขาไม่รู้และติดอยู่ในภพมานาน ใจรู้ไม่ยึด ใจยึดติดยังไม่รู้

๓๔.เรามีโรคเบาหวาน ไขมัน ความดันก็ไม่เป็นไร หรือตับ ไต ปอด หัวใจเราเสื่อมก็ไม่เป็นไร หรือไขข้อ กระดูก ฟันเราไม่ดีก็ไม่เป็นไร หรือเราจะลุกโอยนั่งโอยก็ไม่เป็นไรเพราะร่างกายเป็นรังของโรคบังคับบัญชาไม่ได้ มันไม่เที่ยงและเสื่อมลงไปแล้วทุกๆขณะๆ เป็นธรรมดาตั้งอยู่ได้ไม่นาน.....ก็ต้องแตกดับ

๓๕.เมื่อเห็นคนงามหรือหล่อหรือสวยพึงกำหนดเพื่อละกำหนัด(กำหนัดรีบกำหนดหรือกำหนดรู้หรือมีสติกำหนดรู้ความนึกคิดอารมณ์ความรู้สึก) โดยระลึกอสุภะ(อสุภสัญญา)จะคลาย....ดับ หรือภาวนาว่า ตกขาวๆ,พังผืดๆ,เมือกๆ,หนองในๆ หรือผม ขน เล็บ ฟัน หนัง หรือเนื้อ เอ็น กระดูก หรือคำใดๆ หรือมโนทุบหัวหรือศีรษะให้แตกจะเห็นเยื่อมันสมองในกะโหลกศีรษะ......เพื่อข่มหรือหยุดการปรุงแต่งจิตหรือใช้วิธีพิจารณาให้เห็นทุกข์โทษภัยเพื่อละเพื่อวาง (ต้องมีปัญญาละ วาง หรือไม่ยึด ส่วนละๆยึดๆ วางๆยึดๆไม่ใช่ปัญญาเป็นเพราะเจ็บ เจ็บจริง แต่พอหายเจ็บเอาอีก

๓๖.ไม่มีแต่อยากมีดิ้นรนจนตาย แต่ถ้ายิ่งมีมากก็ยิ่งอยากใหญ่ แต่ร่างไม่ไปด้วย หากินต้องดูวัย เวลา สังขาร เหตุปัจจัยและสิ่งเกื้อกูลอิงอาศัย

๓๗.พระเจ้าเทพเซียนไม่ใช่ที่พึ่ง โบสถ์วิหารเจดีย์ก็ไม่ใช่ที่พึ่ง ที่พึ่งที่แท้จริงคือธรรมหรือบุญหรือมรรค ๘ ติดเปลือกไม่เห็นธรรม สละโลกไม่ได้

๓๘.ใจที่ไม่มีธรรมะจะมีแต่ความอยากตั้งอยู่ในทุกข์จบไม่ลง

๓๙.หลายคนหวังที่จะมีความสุขในปั้นปลาย เข้าใจผิดความสุขต้องมีทุกวัน วันไหนไม่มีความสุขวันนั้นขาดทุนทางจิตวิญญาณ เช่น หงุดหงิด คับแค้น เคือง โกรธ ฟุ้งซ่าน อยาก วิตก หดหู่หลายนาทีหรือนานหรือหลายครั้งวันนั้นขาดทุนแล้ว แล้วเราจะมีชีวิตอยู่ได้สักกี่วันกี่คืน อายุยืนอายุสั้นไม่มีใครรู้

๔๐.คบกับผู้มีอิทธิพลเราก็อยู่ใต้เขา จิตก็ไม่อิสระปิดทางธรรม พระพุทธเจ้าทรงสอนไม่ให้คบคนพาล แม่ก็บอกคบคนดีนะลูก คบผิดคนเจ็บตัวเจ็บใจมีภัย

๔๑.ธรรมแท้ต้องละกิเลส ไม่ยึดตัวไม่ตนยึดคนยึดธาตุ ติดวัตถุติดเอกลาภไม่ใช่ของจริง ของจริงต้องสละโลก

๔๒.สูงสุดแห่งบุญคือการเข้าถึงปัญญา....เพราะปัญญาชำระ ขัดเกลา ถอดถอนกิเลสน้อยใหญ่

๔๓.เวลากำลังไล่เราออกจากโลก จับๆ ต้องๆ แล้วก็ไป...หวังหรือจะได้กลับมาอีกขึ้นมาอีก เว้นแต่มีศีล หรือเดินตามมรรค ๘

๔๔.คนหยาบไม่สะดุ้งต่อบาป ภพภูมิน้อยใหญ่จะสอนเขาไปเรื่อยๆ

๔๕.จิตที่ยังติดอยู่ประกาศอิสรภาพทางจิตวิญญาณไม่ได้

๔๖.ไม่พอชีวิตลำบาก ได้มากก็เป็นห่วงและถ้าทุ่มสุดตัววันที่ต้องเดินออกจากโลกจิตจะยอมรับไม่ได้ทุคติอันมีหวังภพภูมิมิงดงาม

๕๗.ความสุขสบายเป็นเปลือกของชีวิต แต่ความสงบใจหรือความดับเย็นเป็นแก่นของชีวิต

๕๘.คนสร้างบารมีได้(ทานศีลภาวนา)เป็นสัตว์บำเพ็ญ แต่ถ้าเป็นหมูเป็นหมาหรือเป็นนกหนูปูปีกสร้างบารมีไม่ได้ เทวดานางฟ้าไม่เห็นทุกข์ไม่เห็นธรรมแต่ถ้าได้ฟังธรรมอาจเห็นหรือบรรลุได้

๕๙.ได้เงินมาแล้วทำไมเอาไปทิ้งเหวทิ้งทะเล เช่น ผ่อนหรือซื้อบ้านหรือรถหรือวัตถุราคาแพงและหรือเกินกำลังแห่งตนหรือใช้ไม่คุ้มหรือต้องมาดับมาจากไม่ได้ใช้

๖๐.ตั้งอยู่ในธรรม ยินดีในธรรม เพ่งพินิจพิจารณาในธรรมถึงธรรมเห็นธรรม ธรรมะไม่ได้อยู่ที่การไหว้พระ สวดมนต์ ตักบาตร ทำวัตรเช้าเย็นหรือเอาปิ่นโตไปถวายแต่การกระทำเช่นว่านั้นเป็นเพียงพื้นธรรม เริ่ม ทำไมไม่ขึ้นชั้นมัธยม ไม่ขึ้นชั้นมหาวิทยาลัย ทำไมไม่ทำวิจัย แล้วไหว้พระทำไม สวดมนต์ทำไม.........ทำไม แล้วจะสละโลกได้หรือจะดับทุกข์ได้อย่างไร แสดงว่าทุกข์ยังไม่พอ เจ็บคงยังไม่พอใช่ไหม

๖๑.เมื่อเราเห็นความตายรออยู่ข้างหน้า ทั้งที่มันใกล้เข้ามาและอยู่ใกล้ๆตัว บ้างหรือเท่าปลายหัวไม้ขีดพร้อมที่จะจุดไฟ เช่น ผู้ที่มีโรคภัยไข้เจ็บ ผู้สูงวัย ความอยากความหวังมันก็เบาลง ใจเราก็สงบเริ่มมีอิสระรู้สึกเย็นจนยิ้มมีพลัง เห็นผู้ที่หวัง มั่นหมายหรือดิ้นรนอยู่ แบกอยู่ ว่าเขายังไม่รู้ เขาต้องเหนื่อยต้องเจ็บอีกเยอะต้องพลัดพรากสูญเสียในสิ่งนั้นสิ่งโน้นหรืออีกหลายสิ่ง ต้องผ่านสมรภูมิทุกข์

๖๒.ผู้ขอคือผู้อ่อนแอไม่ได้ยืนด้วยตนเองไม่อดทนและเพียรปัญญาจะเกิดแต่ผู้ให้คือผู้แข็งแรงยืนได้ด้วยตนเองอดทนและเพียรยังเกิดปัญญาแก่ตน

๖๓.แก่แล้วไม่เรียกร้องอะไรเพราะอยู่ไม่กี่วันคืน ทั้งบาปก็ไม่ได้ก่อบุญก็มีบ้าง พอรู้แล้วภพที่จะไป ได้มาก็สุขไม่มากกว่านี้

๖๔.เราต่างไม่รู้ว่ามาจากไหนกันและจะไปที่ไหนกันก็ไม่รู้ แต่ถ้ามีธรรมก็รู้ภูมิที่จะไป ไม่พึงมั่นหมายๆ อยู่กันไปเรื่อยๆ อยู่แบบแมงกะพรุนลอยไหลไปตามเหตุปัจจัย บ้านก็พอหลบแดดฝน เมื่อตายได้ ๗ วัน เสาต้นแรกก็ล้ม พอคืนที่ ๑๐ เสาทั้งสี่ต้นก็ล้มพับรวมกัน เวลาผ่านไปเรื่อย ปลวกกินหายไปหมด โลกคือศาลาเป็นเพียงทางผ่านที่ย้อนไม่ได้ หากินเบาๆใจจะเย็น......



                         โดย พ.ต.ท.สุรเดช ผะอบทิพย์
                                      ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๙

บทความที่ได้รับความนิยม